เรื่องราวทริปที่ 6 ของชาว VFC
12-14 ก.ค. 2546
ไอดิน กลิ่นฝนที่ ทุ่งนางครวญ-น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ. กาญจนบุรี
จากความทรงจำของ กบV039
ประมวลภาพจากทริป
หลังจาก จบทริปตาดหมอก-ไทรทองได้ไม่นาน ทีมงานอดไม่ได้ที่จะมองหาสถานที่สำหรับทริปต่อไป ก็เป็นเพราะ ความอยากเที่ยวกันเอง บวกกับอยากชวนเพื่อนๆ สมาชิก VFC ไปเที่ยวด้วยกัน “ ทีมงาน “ ที่เห็นๆกันอยู่ ก็เป็นผลพวงมาจากการไปทริปนี่แหละครับ ตั้งแต่ทริปที่ 1 มาเรื่อยๆจนถึงทริปที่ 5 เก็บกวาดมาครั้งละคน สองคน อาศัยที่ว่าช่วยๆกันไปเรื่อยๆ จนมาเป็นรูปเป็นร่าง ทำนองเข้ามาแล้วออกยาก

อันที่จริงรูปแบบทริปแรกๆของ VFC ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย แค่ชวนกันไปเที่ยว ใครอยากไปก็ไปกันเท่านั้นเอง พอมาในทริปหลังๆ มีเพื่อนๆไปกันมากขึ้น บางคนเป็นมือใหม่หัดออกทริป หลายๆคนยังไม่ค่อยคุ้นเคยกัน ทีมงานที่คล้ายๆกับเป็นรุ่นพี่ ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยากให้แต่ละทริปราบรื่น มีปัญหาให้น้อยที่สุด แต่ที่สำคัญก็คือ Save รถที่สุด เพื่อเพื่อนๆจะได้สนุกสนานกันถ้วนหน้า ต่อมาก็เลยต้องมีการ… หาหน่วยสอดแนมไปดูที่ที่เราจะไปซะก่อน 1 รอบ ในแต่ละครั้ง
ทำไปทำมาแต่ละทริปชักจะเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้นทุกที
หลังจากที่สรุปกันได้แล้วว่าทริปนี้เราจะไปที่ ทุ่งนางครวญ-น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เมืองกาญจน์ 3 วัน 2 คืน พระเอกของเรา 5 คัน อาจารย์มนูญ คุณกลิ้ง คุณกัน คุณเอก และคุณตุ้ย รับบทหน่วยสอดแนมเข้าลาดตระเวน กลับมาพร้อมด้วยข้อมูลเพียบ ก็สรุปกันว่าใช่เลย นี่ละ ที่นี่.. รถแสตนดาร์ดอย่างจารย์มนูญยังมาได้ รับรองเพื่อนๆ มากันได้แน่นอน และแล้วแผนการณ์ต่างๆก็พรั่งพรูออกมา มีการบอกกล่าวกับเพื่อนๆ ที่ร้านโอวเล้ง ในวันมีตติ้งให้รับทราบ แล้วก็ขึ้นหน้าเว็ปฯ

ทีแรกก็นั่งเดากันเล่นๆว่างานนี้คนที่ไปก็คงจะมีแค่พวกทีมงาน ตัวตั้งตัวตี ทั้งหลายเช่นเคย อย่างมากก็สัก 10 กว่าคัน แต่ไม่รู้ท่านเว็ปฯโปรโมทท่าไหน เพื่อนๆถึงได้แห่แหน แน่นขนัดมาลงชื่อ เกินคาดหมายจริง…



เสาร์ 12 ก.ค. 2546 วันแรก…ทิ้งเมืองไว้เบื้องหลัง

7 โมงครึ่ง…ผมเลี้ยวรถเข้ามายังจุดนัดหมาย ( ปั๊ม Jet ถ.เลี่ยงเมือง นครปฐม ) ใจหายนิดหน่อย เมื่อเห็นมีแผงปิดกั้นข้างในปั๊ม เหมือนกับว่าเขากำลังซ่อมแซมปั๊มอยู่ ในใจก็นึกว่า ตายละจะทำยังไงดี นัดเพื่อนๆมากันที่นี่จะจอดรถได้มั๊ยนะ แต่พอขับต่อเข้าไปข้างใน ก็โล่งอก… ข้างในยังมีที่อยู่มากมาย มองเห็นท่านเว็ปฯ นั่งกระดิกขาอยู่ในศาลาท้ายปั๊ม ก็จัดแจงจอดรถลงไปทักทาย หลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็มีวีทาร่าทั้ง3ประตู-5ประตู ทยอยกันเข้ามาในปั๊ม จอดเรียงแถวกันเต็มไปหมด คนอื่นที่ผ่านเข้ามาในปั๊ม ก็สงสัยอดที่จะถามไม่ได้ว่า.. ”จะไปไหนกันหรือ... ” พวกเราก็ตอบว่า.. “ ไปเที่ยวกันครับ... “

ส่วนที่หายไป 4 คัน ( คุณตุ้ย - คุณกลิ้ง - คุณกัน - ลุงยุทธ ณ โคราชา ) ล่วงหน้าไป ตั้งแต่เมื่อคืนวันศุกร์ เพื่อไปดูลาดเลา หาทำเลปักหลักให้เพื่อนๆก่อน เพราะเป็นห่วงว่า เราไปกันเยอะ ถ้าไปเจอกลุ่มอื่นอีก แล้วจะไม่มีที่นอนกัน…เกรงจะยุ่งกันไปใหญ่
วีทาร่า 23 คัน ที่เรียงรายอยู่ ก็มี…

1. คุณนิยม 007 เว็ปมาสเตอร์ งานนี้ฉายเดี่ยว
2. คุณมดเขียว 003 เพิ่งจะเปลี่ยนยาง A/Tมาหมาดๆ
3. คุณตุ้น 005 สมาชิกรุ่นแรก ที่เพิ่งจะออกงาน ได้พบหน้าค่าตากัน
4. คุณอ๊อด 029 กีตาร์มือฉมังดิ่งตรงมาจากกรุงเก่า ฉายเดี่ยวเช่นกัน
5. อาจารย์มนูญ 040 ตัวชง…กาแฟ ที่หาตัวจับยาก
6. คุณติ๊ก 053 ปชส.คารมคมคาย ขอฉายเดี่ยวอีกคน
7. คุณป๊าบ 074 หลังจากทริปบริจาคของก็หายไปนาน คราวนี้มากันแค่ 2 คน…
8. คุณเอก 095 ยังหล่อเหมือนเดิมที่ขาดไม่ได้ก็เนว์ปลานี่ละแล้วก็กล่องหลังคาสีเหลือง
9. เดอะ ต๋อง 100 มาแบบเงียบๆ
10. คุณแมวแมว 102 ตากล้องภาพนิ่ง ( ใจรัก ) ขนเสบียงมาเพียบ
11. คุณป๊อบ 107 มาพร้อมกับผู้อนุมัติวีซ่า
12. คุณกุล 112 หลังจากจบเทรนนิ่งแล้วแอบหนีไปเที่ยวคนเดียว คราวนี้ก็อดใจไม่ได้
13. คุณแพรขาลุย 142 มากับเพื่อนคู่หูเมื่อครั้งไปภูเก็ตด้วยกัน
14. หมูน้อย 167 ติดใจงานที่แล้ว งานนี้กลัวอดเลย ขนแม่ครัวมาตั้ง 2 คน
15. คุณแก้ว 189 ยังคงมาครบทีม คราวนี้น้องกานต์ล่ำเป็นพิเศษ
16. คุณหนุ่ย 211 และคุณพ่อ-คุณแม่ที่น่ารัก ได้ข่าวว่างานนี้คุณพ่อจัดแจง ข้าวของเองหมดเลย
17. คุณจ้อย 251 และเนว์ส่วนตัว
18. คุณหยก 254 พาน้องสาว 2 คนมาเปิดหูเปิดตา
19. พี่วัฒน์ 256 ควบ 5ประตู V6 สุดเท่ห์
20. คุณไมค์ 262 ตากล้องมาดเซอร์ มากันครบทีมทั้งบ้าน
21. คุณเม้ง 269 หน้าใหม่สำหรับทริปวีเอฟซีอีกคน
22. คุณวัลลภ 272 ชื่อเหมือนผมเลย ขับ 3 ประตูเหมือนกันด้วย
23. คุณวัลลภ ( อีกคน ) 039 ผมเอง ก็มาเหมือนเคย
สรุปว่าส่วนใหญ่ที่หน้าใหม่ ( ของทริป ) จะเป็นเลขหลักสองร้อยเสียส่วนมาก

เป็นไงล่ะครับ…ขบวนยาวเหยียด ก็เลยต้องมีการจัดแบ่งการเดินทางออกเป็นกลุ่มๆ ละ 3-4 คัน แต่ละกลุ่มจะมีรถคันนำ ซึ่งมี ว. ( เครื่องดำ ) ที่ตาลูกกลิ้ง อุตส่าห์ขนมาให้ยืมใช้ เอาไว้ติดต่อประสานกันระหว่างเดินทาง
หลังจากเพื่อนๆมาลงชื่อแล้ว คุณแมวก็จัดการเอาเสื้อคอลเลคชั่นหนึ่งเดียวในโลก ออกมาวางจำหน่าย เพียงไม่กี่นาทีเสื้อก็ขายหมดเกลี้ยง… เพราะเราบังคับขาย…555 ไม่ใช่หรอกครับ เพื่อนๆทุกคนอยากได้กัน มีที่ไหนเสื้อยืดพิมพ์3สี หน้า-หลัง ตัวละ 100 บ. นี่ผมจองไว้ 3 ตัวยังได้แค่ 2 ตัวเอง
ประมาณ 8 โมงกว่าๆ รถกลุ่มแรก ( กลุ่ม A ) กลุ่มผมเองแหละครับ ก็เลี้ยวซ้ายออกจากปั๊ม มุ่งหน้าสู่ จ. กาญจนบุรี การที่เราแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆอย่างนี้ ดีตรงที่รถจะไม่เป็นขบวนยาวจนเกินไป ทำให้ปลอดภัย ไม่รบกวนผู้ใช้ถนนคันอื่นๆ สำหรับกลุ่มหลังๆใครมาครบก่อนก็ออกก่อน แต่ละกลุ่มมุ่งหน้าผ่านบ้านโป่ง มาเรื่อยๆ ก่อนจะถึงตัวเมืองกาญฯ เรามาเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางเลี่ยงเมือง เพราะไม่อยากเข้าไปติดแหง็กในตัวเมือง จากนั้นก็ดิ่งยาวขับตรงผ่าน 4 แยกที่ขวามือ จะไปเขื่อนศรีนครินทร์ แต่เราตรงไปบนทางหมายเลข 323 มุ่งหน้าสู่ อ.ทองผาภูมิ ระหว่างทางมีรถพวก Off-road เยอะมาก แต่ละคันนี่ท่าทางขาลุยทั้งนั้น รถเราดูเล็กไปถนัดตา
ตอนนี้รถกลุ่มA เหยียบได้ไม่เกิน 80 กม./ชม. เสียแล้ว เพราะรถของหมูน้อยงอแง สายคันเร่งค้าง จอดแก้ไขข้างทางได้แค่พอประคองไปก่อน ถ้าเหยียบมากกว่านี้ สายคันเร่งมันจะค้างอีก ก็เลยปล่อยกลุ่มหลังๆแซงกันไป

เกือบๆเที่ยง
เราจอดแวะกินมื้อเที่ยงกลางทางที่ร้านครัวออฟโรด… นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ชาว VFC มาแวะกินที่นี่ หลังจากครั้งกระนู้นนนน …… ทริปที่ 1 ที่เรามาปิล๊อค ทุกคนพอลงจากรถได้ก็กระโจนหาเมนูสั่งทันที ส่วนเจ้าหมูน้อยสบโอกาส ก็ให้จารย์มนูญช่วยจัดการกับสายคันเร่งเจ้ากรรมซะเรียบร้อย ส่วนรถของคุณเม้ง ตัวบังลมหม้อน้ำน๊อตหลุดหาย ได้คุณเอกกับคุณติ๊กช่วยหาน๊อตมาใส่ให้ ร้านนี้บรรยากาศดีทีเดียว ตกแต่งสไตล์คันทรี่ แต่คอยอาหารนานไปนิด ก็น่าเห็นใจนะ คนสั่งตั้งหกสิบกว่าคน... หลังจากอิ่มหนำสำราญ เช็คบิลแบบต่างคนต่างจ่ายแล้ว ท่านเว็ปฯเลยเอาสติกเกอร์ชมรม มาขอติดที่ตู้เย็นบ้างเพราะเห็นมีของคนอื่นติดอยู่ 5-6 อัน กะว่าใครผ่านมาเจอ จะได้รู้จักชมรมเราเพิ่มขึ้น พอแปะเสร็จ เจ้าของร้าน เพิ่งจะมาบอกว่าจะลดให้ 10 % กับคนที่มีสติกเกอร์ แบบที่อยู่บนตู้เย็น… ….โธ่…แล้วทำไมเพิ่งมาบอก เพิ่งเช็คบิลไปเอง


คล้อยบ่ายอ่อนๆ เราเริ่มออกเดินทางกันต่อ ช่วงนี้รถน้อยแล้ว เราเลยไม่ได้วิ่ง เป็นกลุ่มๆ เหมือนอย่างทีแรก เอาแค่สลับคันที่มี ว. อยู่คันเว้นคันหรือเว้น 2-3 คันประมาณนั้น แล้วเราก็วิ่งเรียงแถวยาววววว… มองไปข้างหน้า หันไปดูข้างหลัง มีแต่วีทาร่า ท้องฟ้าบางช่วงเริ่มมีเมฆฝนลอยต่ำไปมา เส้นทางเริ่มมีภูเขามากขึ้น บางช่วงมีฝนลงมาให้พอชุ่มฉ่ำ ลดภาระแอร์ไปได้เยอะเหมือนกัน

บ่าย 2 โมงกว่าๆ เรามาจอดพักรถที่ปั๊มเชลล์ ก่อนถึงตัว อ.ทองผาภูมิ เป็นจุดที่เราพักเช็คความพร้อมของรถ-คน-เสบียงต่างๆครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมุ่งหน้า สู่จุดหมายปลายทาง ที่นี่เอง… แนวหน้า 4 คันส่งข่าวมาว่า ทางข้างใน ( ทุ่งนางครวญ ) เละมาก ต้องวินช์กันทุลักทุเล อาจจะต้องหาทำเล ปักหลักกันใหม่…
หลังจากทุกคนพร้อมเสร็จสรรพเราก็เริ่มมุ่งหน้าเลี้ยวขวาไปทางสังขละบุรี นำขบวนโดยจารย์มนูญ ปิดท้ายโดยคุณเอก เราขับตามๆกันมาเรื่อยๆ ถนนยังคงเป็นทางลาดยางสองข้างทางแมกไม้เขียวชอุ่ม สมกับเป็นฤดูฝน ดูแล้วสบายตา เส้นทางเริ่มขึ้นๆลงตามแนวภูเขามากขึ้น บางช่วงเป็นทางชัน เลี้ยวไปมา ทุกคนต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษ
ขับมาได้ประมาณ 29 กม. ทางขวามือจะเห็นพระพุทธรูปปูนปั้นสีขาวเป็นที่สังเกต ชาวบ้านเรียกว่าแยกพุทโธ จะเป็นทางแยกเข้า อช.ลำคลองงู แต่หัวขบวนยังขับต่อไป พวกลูกขบวนตามไปเป็นพรวน … ปรากฏว่าจารย์มนูญพาเลย แถมยังบอกอีกนะ ว่าจะพามาแวะจิบกาแฟ ที่เกริงกระเวีย… เป็นอันว่าทุกคนต้องกลับหลังหัน ย้อน… ไปที่ทางแยกที่เลยมา พอย้อนกลับมาถึงปากทางก็เลี้ยวซ้าย เข้าไปจอดเรียงแถวตั้งหลักกันก่อน เพื่อนๆอดไม่ได้ที่จะลงมาชักภาพ คนละแชะสองแชะ (ยังไงเอารูปมาให้ดูกันบ้างนะครับ)

ตอนนี้ฝนเริ่มลงเป็นละอองเล็กๆ แดดก็ไม่ค่อยจะมี ทางช่วงนี้เป็นภูเขา ทางดินลูกรัง มีหลุมบ่อเป็นบางช่วง พอมาเจอฝนโปรยปรายลงมา ก็เริ่มมีเฉอะแฉะให้สัมผัสกันบ้าง เส้นทางก็ยังคงลัดเลาะไปตามแนวเขา บางคันก็ใส่ 4H บางคันก็ลืมใส่ แต่ก็ไม่หนักหนาสาหัสอะไรยังไปกันได้สบายๆ


เรามาถึงทางที่จะเลี้ยวขวาเข้าไปยังจุดหมายที่เล็งเอาไว้ตั้งแต่ทีแรกคือ ทุ่งนางครวญ ช่วงนี้เริ่มเป็นทางดินนุ่มๆหน่อย ไม่กระโดกกระเดกเหมือนช่วงต้นๆ แต่สภาพทางก็ยังเป็นหลุม มีน้ำขัง ลาดชันบางช่วง มีให้ลื่นกันนิดหน่อย พอหอมปากหอมคอ ระหว่างทางที่ข้างทางมีรถ 10 ล้อจอดหลบๆอยู่ ไม่แน่ใจว่าจอดเสียหรือขับต่อไปไม่ไหว เราก็หลบๆเอา… ไม่นานนัก เราผ่านกลุ่มบ้านคน ทางเริ่มเป็นทางหินที่เขาโรยเอาไว้ แสดงว่าทางช่วง ต้องมีเละพอสมควร หินแต่ละก้อนนี่ขนาดเขื่องๆเอาเรื่องทีเดียว ต้องค่อยหยอดทีละนิด… แต่แล้วทุกคนก็ต้องแปลกใจ… เมื่อข้างหน้ามีรถเก๋ง ยี่ห้อดังคันหนึ่ง ค่อยๆคลืบคลานแอบๆอย่างระมัดระวัง… ยังนึกกันอยู่ว่า มาได้ยังไงเนี่ย
หัวแถวของเราก็ค่อยๆแซงทีไปละคัน สักพักเดียว.. ทางหัวขบวนก็ส่งสัญญาณ กลับมาว่า… ไอ้เสือถอยยยย..เข้าไม่ได้ ทางเละ…!! (สงสัยอยากจะมาติดกัน เหมือน 4 คันที่ถอยกลับออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ) เอาละสิทางก็แคบ ข้างทางก็เป็นต้นไม้ของชาวบ้าน โชคดีมีทางแยกซ้ายมือเล็กๆ ให้พอกลับรถได้ ฝ่ายรถเก๋งก็ขอกลับลำด้วยคน… ก็ขนาดวีทาร่ายังถอยเลย….
..ก็เป็นอันว่าเราต้องย้อนกลับออกมาทางเดิมอีกครั้ง คุ้มจริงๆ… ออกมาถึงปากทาง ก็เลี้ยวขวาไปตามทางลูกรังอย่างเดิม ไม่นานนักเราก็มาพบ 4 ทหารเสือ คุณตุ้ย ลุงยุทธ คุณกัน คุณกลิ้ง ยืนโบกมือหยอยๆ พร้อมด้วยรถทั้ง 4 คันที่ดูไม่จืด… โคลนเต็มไปหมด ( ซึ่งมีคนแอบอิจฉาเล็กๆที่ไม่ได้ไปเละกับเขา ) ตกลงเราจะปักหลัก กางเต๊นท์กันที่สนามหญ้าหน้าหน่วยพิทักษ์ป่า… ( ภายหลังมาทราบว่า เราเป็นกลุ่มแรกที่ทางหน่วยฯยอมให้ใช้สถานที่…) เป็นอันว่าคืนนี้เราจะนอนที่นี่กันละนะ… แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันจับจอง หาทำเล แล้วก็เริ่มลงมือทำอาหารเย็นกัน ส่วนฝนฝนยังคงโปรยปรายเป็นระยะๆ

6โมงเย็นกว่าๆ กับข้าวกับปลา จากทั่วสารทิศถูกทยอยมาเรียงรายกันเต็มผืนผ้าใบ ที่ปูเตรียมไว้สำหรับเป็นพื้นที่เอนกประสงค์ แล้วทุกคนก็รายล้อมตั้งวงกินข้าวเย็น มื้ออันวิเศษสุดๆ… อร่อยจริงๆ เลือกกับข้าวไม่ถูกว่าจะกินอันไหนดี บางบ้าน สันโดษหน่อยก็แอบกินข้างๆเต๊นท์ตัวเอง…สงสัยมีของดีๆ 555

จิบเบียร์ กระดกไวน์ ใต้ฟลายชีท
พอหัวค่ำ เริ่มมีการตั้งวงสนทนาประสาวีทาร่า ฝนก็พรำๆไม่หยุด เพื่อนๆ ก็ไม่ย่อท้อ ฝ่ายคุณติ๊ก ปชส.ประจำเว็ปเปิดฉากจู่โจมแนะนำเพื่อนๆหน้าใหม่ๆ เป็นที่เฮฮา สลับกับตอบกระทู้สด..รถรา โดยอาจารย์มนูญ ส่วนคุณนิยม เจ้าของเว็ปฯ ทำขรึม แอบนั่งจิบเบียร์อยู่เงียบๆ เริ่มดึกหน่อยเพื่อนๆ บางคนเริ่มทยอยทำธุระส่วนตัว เข้าเต๊นท์นอน แต่ส่วนใหญ่ยังคงจับกลุ่ม หลบละอองฝน นั่งกินของว่าง จิบเบียร์ กระดกไวน์ ใต้ฟลายชีทผืนใหญ่ คุยไปก็คอยกระทุ้งน้ำบนฟลายชีททิ้งซะทีนึง และแล้วกีตาร์ ก็ถูกคุณอ๊อดกับคุณติ๊ก ผลัดกันดีด เหล่านักร้องกิตติมศักดิ์ก็ร้องกันเสียงขรม ดึกขึ้นเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ หายไปทีละคน สองคน รู้สึกว่าชุดสุดท้ายจะเหลือ 5 คน ที่ยังทนนั่งเกาแกรกๆ พอตี 2 ก็ตัวใครตัวมัน… คันเหลือเกิน
อาทิตย์ 13 ก.ค. 2546 วันที่สอง…มิตรภาพอันเขียวขจ

เช้านี้ สดชื่นจริงๆ เสียงเด็กๆวิ่งเล่นกันแต่เช้า การพาเด็กๆ มาเที่ยวแบบแคมป์ปิ้งนี่ มีประโยชน์มากๆ เด็กๆได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้พบเห็น สัมผัสด้วยตัวเอง คงไม่มีในห้องเรียนอย่างแน่นอน แต่ละคนต่างตื่นมาจัดการธุระส่วนตัว อาหารมื้อเช้าไม่มีอะไรมาก ขนมปัง ไข่ดาว ข้าวสวย-กับข้าวเหลือจากเมื่อวาน อุ่นร้อนๆ แค่นี้ก็อิ่มแปร้กันทุกคน

หลังจากนั้นก็จัดแจงเคลียร์สถานที่ เก็บข้าวของสัมภาระขึ้นรถเพื่อ… Moved… ไปหาที่นอนที่คุยกันใหม่…เราจะไปที่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อช.เขื่อนศรีนครินทร์ กัน และแล้วอีกตามเคยม้าเร็ว คุณตุ้ย คุณกลิ้ง คุณกัน วิ่งล่วงหน้าไปดูทำเลก่อน เพราะรู้มาว่าที่นั่นคนเยอะแน่นอน

ก่อนจากลาที่แห่งนี้ พวกเราก็ช่วยกันรวบรวมเงินคนละเล็กละน้อย มอบเป็น สินน้ำใจให้กับพี่ๆเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยอำนวยความสะดวก เรื่องห้องน้ำ ห้องท่า อย่างเป็นกันเอง และก็ไม่ลืมที่จะชักรูปหมู่คู่กับป้ายอุทยานฯไว้เป็นหลักฐาน คราวนี้ไม่มีที่ให้เรียงรถหน้ากระดาน
10 โมงเช้า เราตั้งขบวนออกเดินทางกันอีกครั้ง นำโดยเจ้าเก่า.. จารย์มนูญ ปิดขบวนก็คุณเอกเฉาก๊วย สภาพเส้นทางเป็น ลูกรัง หลุมบ่อ ขึ้นลงตามแนวเขา ไม่ชันมาก เปิดโอกาสให้ได้ใช้ 4H กันอย่างเต็มที่… และแล้วมาถึงทาง 3 แยก จารย์มนูญพาเลี้ยวซ้ายทันที ผมอยู่กลางขบวนก็ร่วมเลี้ยวไปกับเขาด้วย.. เราไม่รู้ทางนี่นา ว.ที่มีอยู่ก็จำกัดรัศมีอีกต่างหาก ห่างกันนิด คลื่นหายซะแล้ว พักเดียวคุณนิยม ว.อู้อี้ๆถามผมว่าเลี้ยวซ้ายรึ น่าจะเลี้ยวขวานะ คุณเอกแกปิดท้าย ขบวน แล้วจำได้ว่าต้องเลี้ยวขวา ผมก็บอกว่า.. ไม่นะ น่าจะซ้าย ( ก็หัวขบวน เลี้ยวซ้ายนี่ ) ยังไม่ทันขาดคำ พักเดียวหัวขบวนจอดกลับลำ ( อีกแล้ว...) เอ้า…กลับรถ หลังจากกลับมาจนครบ ก็มาเจอคุณเอก กับคุณนิยมรอปิดท้ายอยู่แล้วก็ขับกันต่อไป ระหว่างทางเจอรถโฟร์วีลรุ่นใหญ่ สวนทางมา 4-5 คัน เขาคงมึนนะที่เห็นเราชักแถวมากันยาวขนาดนี้
ใกล้บ่ายโมง เราวิ่งมาบนสันเขามองไกลไปข้างหน้า อื้อฮือ…สวยมาก อ่างเก็บน้ำหลังเขื่อน กว้างไกลสุดลูกตา อยากจะจอดรถถ่ายรูปก็ทำไม่ได้ นี่เราเข้ามาใกล้จุดหมายเต็มทีแล้ว ช่วงนี้เริ่มเป็นทางลงเขา มีโขดหินค่อนข้างเยอะ ผสมกับร่องน้ำตื้นๆมีไลน์เบี่ยงไปมา ให้ได้ออกแรงกันบ้าง ไม่นานเราก็หลุด ออกจากแนวภูเขา เจอกับที่โล่งทางเรียบ ซ้ายมือเป็นลานหญ้า มีป้ายบอกชื่อ อุทยานฯขนาดใหญ่ ทางขวาก็เป็นลานหญ้า มีเด็กเล่นเตะบอล 2-3 คน เห็นคุณกลิ้ง คุณกัน คุณตุ้ย มาเอาผ้าใบปูจับจองบอกอาณาเขตไว้ให้เพื่อนๆ เจ้าหน้าที่ไม่ให้เรา เอารถเข้าไปบนสนามหญ้า ต้องจอดเรียงข้างทาง หันท้ายเข้ากันเป็นแถว…. ที่ตรงนี้ใช้ได้เลย ใกล้ห้องน้ำ คนไม่พลุกพล่าน แต่ไกลน้ำตกไปนิด ต้องเดินเข้าไปทางข้างใน อีกเกือบ 300 ม. ถึงจะเจอป้ายบอกชื่อน้ำตก เริ่มชั้นที่ 1 ตรงนี้แล้วต้องเดินขึ้นไปเรื่อยๆก็จะเป็นชั้นที่ 2 3 4……เขาบอกว่าชั้นที่ 4 สวยสุด คนวุ่นวายมากที่สุด คงไม่ค่อยเป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่ … ดีแล้วละที่เราอยู่ข้างล่าง ไม่มีคนอื่นเลยนอกจากชาว VFC


จากนั้นต่างคนต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างเตรียมกางเต๊นท์ บ้างเตรียม ไปเล่นน้ำตก ฝ่ายคุณเอกและคุณต๋องขอตัวกลับก่อน.. อ้างว่ามีธุระ ส่วนผม กางเต๊นท์เสร็จ คุณกลิ้ง คุณกัน ชวนเอารถไปลองยางใหม่…ไปก็ไป ที่ทุ่งนางครวญ ก็ไม่ได้เข้า คุณตุ้ยติดรถผมไปด้วย แกเตรียมถุงมือหนังเสร็จสรรพ กะว่าได้ใช้วินช์แน่ๆ ( ที่จริงผมก็เตรียมมาเหมือนกัน แถมยังซื้อสายลากมาใหม่ เส้นเบ้อเร่อ…กะว่าได้ใช้.. ) ปรากฏว่าแต่ละเส้นที่ไปมีแต่ทางเข้าบ้านคนทั้งนั้น… แต่ก็ไม่วาย ไปแอบพบเจอหนุ่มบ้านนากับสาวหน้ามล จึงขอถ่ายรูปบนเรือริมน้ำ มาจนได้ เป็นอันว่าอดเลอะ กลับมาตั้งแคมป์ก็เกือบๆ 5 โมงเย็นแล้ว เด็กๆ ไปเล่นน้ำตกเพิ่งกลับมาพอดี

มื้อเย็น..วันนี้ ส่วนใหญ่เพื่อนๆยังทำกินเองหน้าเต๊นท์ใครเต๊นท์มัน ส่วนผมทีแรก ว่าจะหุงข้าวทำกินเอง แต่เห็นมีร้านอาหารของอุทยานฯเลยกะว่าจะฝากท้อง 3 กระเพาะไว้ที่นั่น เดินไปถึงปรากฏว่าคิวยาวมาก รอไม่ไหว ขอซื้อแค่ข้าวเปล่าละกัน กลับมาเปิดมัสมั่นกระป๋องเอาไปแจมกับเพื่อนๆที่เต๊นท์กลางดีกว่า …อืมม์ อร่อยดีนะกับข้าวของคนอื่นเนี่ย 5555
ค่ำๆ เหมือนเช่นเคย ที่เต๊นท์กลาง แสงไฟจากตะเกียงแก๊สของคุณติ๊กทำให้เราเห็นถั่วลิสงทอด ข้าวห่อสาหร่าย ( ของคุณแพร ) ขวดไวน์ บักจอห์นฯ ได้ชัดเจนขึ้น สักพักกีตาร์ 2 ตัวประสานเสียงอย่างเมามัน ด้วยปลายนิ้วของ 3 หนุ่มคนละมุมเดียวกัน..คุณกัน คุณติ๊ก คุณอ๊อด ส่วน นักร้องที่ไม่ต้องเชิญร้องกันขรมอย่างไม่อายฟ้าดิน สารพัดเพลงโบราณที่ช่วยกันขุดขึ้นมาร้อง หาฟังที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เจ้าหมาน้อยเจ้าถิ่นพาลหลับไม่ลง ไม่รู้ว่าเพื่อนๆในเต๊นท์หลับไหลกันได้อย่างไร มหาฟรีคอนเสิรต์ มาจบลงตรงเกือบๆตี 2 ( อีกแล้ว )
จันทร์ 14 ก.ค. 2546 วันสุดท้าย…หันหลังให้ป่า มุ่งหน้ากลับเมือง
เช้านี้ เป็นเช้าที่สดชื่นอีก 1 วัน หลังจากที่ฝนพรำทั้งคืน เริ่มมีแดดอ่อนๆ พอให้เต้นท์แห้งก่อนเก็บได้บ้าง มื้อเช้าวันนี้มีอะไรเหลือระดมจัดการให้หมด ไส้กรอก ไข่ไก่ ขนมปัง จับทอดจับปรุงซะเกลี้ยง ฝ่ายโกมนูญชงกาแฟดำแจกเพื่อนๆ มือก็ชงไป ปากก็จ้อไม่หยุด…โชคดีที่ผมไม่ชอบกินกาแฟ รอดตัวไป ลุงยุทธ คุณอ๊อดก็รีบเก็บข้าวของขอตัวกลับก่อน ส่วนตากลิ้ง หลังจากอิ่มหมีพีมัน ก็บ๊ายบายไปอีกคน… ส่วนที่เหลือกะว่าซัก 10 โมงเช้าค่อยเคลื่อนขบวน

เจ้ายูบิ๊นลูกชายตัวป่วนของผมรบเร้าอยากไปเล่นน้ำตกอีก ชักชวนน้องจิน ลูกพี่มดเขียว เลยต้องพาไปอีกรอบ กลับมาเกือบ 10 โมง เพื่อนๆ เก็บของเรียบร้อย กันหมดแล้ว โอย… ผมรีบเก็บแทบไม่ทัน เล่นเอาเหงื่อตก

10 โมงครึ่ง ถึงได้ฤกษ์เคลื่อนขบวน ขากลับเราจะไปแวะชมสันเขื่อน แล้วก็ จะกินข้าวกลางวันกันบนนั้น เส้นทางช่วงนี้เป็นแบบคลายน๊อตจริงๆ ทั้งรถทั้งคน น๊อตหลวมกันหมด บางช่วงก็มีเละเทะนิดหน่อย ยังคงมีฝนประปราย ยิ่งใกล้ถึงเขื่อนเจอฝนตกค่อนข้างหนัก …เอาละสิ ที่คิดไว้ว่าจะลงไปกินข้าวกัน ไม่เป็นไปตามแผนแน่ ๆ เลย เดือดร้อนคุณกันควบเจ้าV6 ไปหาสถานที่กินข้าว กันใหม่ละกัน ที่เหลือไหนๆมาถึงเขื่อนกันแล้วเราก็ขึ้นไปบนสันเขื่อนกันเสียหน่อย แต่ฝนยังตกไม่หยุด เลยอดลงไปเดินเล่น

คุณกัน ว.มาบอกว่าเจอร้านแล้ว เราก็เลยเคลื่อนขบวนจากสันเขื่อน วิ่งมุ่งหน้า ตรงกลับมาตามเส้นทางหมายเลข 3199 แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าไปทางไทรโยคน้อย ข้ามสะพานเจอ “ร้านคุณลุง” อยู่ริมแม่น้ำติดคอสะพานพอดี ดันมาเจอคุณกลิ้ง ที่นี่อีก (แต่มาทราบทีหลังว่าคุณกลิ้งแอบได้ยินวิทยุของกลุ่มเราจากเพื่อน Offload คันอื่น เลยจัดการจองสถานที่ไว้ให้) แล้วก็จัดแจงสั่งอาหารกัน ก็กินกัน พออิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง เพื่อนๆบางส่วนขอแยกย้ายกลับตรงนี้เลย
ที่เหลือขับตามๆ กันมามุ่งหน้าสู่ตัวเมืองกาญจน์ เลี้ยวซ้ายเข้าบายพาส แล้วไม่ลืมที่จะแวะซื้อของฝาก ที่ร้านรจนา ( รถเยอะ คนแยะ ) ติดไม้ติดมือกลับบ้าน เสียหน่อยจากนั้นเราก็แยกย้ายกันตรงนี้ ( ที่จริงก็กลับทางเดียวกันนั่นแหละครับ ) แล้วก็มีรถของคุณหนุ่ยมีปัญหานิดหน่อย แต่เพื่อนๆก็ช่วยเอากลับบ้านจนได้


…………..ทริปหน้า ฟ้าเดิม จะไปไหนกันดี……………เราคงได้พบกันอีก……………..
…หากบางตอน บางช่วงตกหล่นไป ขออภัยครับ มัวแต่เพลิดเพลินกับธรรมชาติ…จนลืม...
ต้องขอบคุณเทคโนโลยี ที่ทำให้เราได้มาพบกัน…ครับ

V039