|
ทริปที่ 10 ของชาว VFC ล่องแพ ท่องไพร ที่ไกรเกรียง 12 - 13 ก.พ. 2548 หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ศร.9ไกรเกรียง จ.กาญจนบุรี |
||
| "ทริป VFC รถเดิม ๆ ไปได้" ใครกันนะที่กล่าวไว้ ดังนั้น เวลาจัดทริปแต่ละทีทีมงานเลยต้องหาสถานที่ และรูปแบบของกิจกรรม ให้เหมาะสมกับที่เพื่อนๆ ตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายไปร่วมทริปกัน แต่เสือย่อมไม่ทิ้งลายเสือ เฉกเช่นทริปนี้ของ VFC ก็ยังคงมีเส้นทาง 4Lให้ได้ทดสอบความเป็นหนึ่งเดียวของคนและรถด้วย |
![]() วันเสาร์ที่ 12 ก.พ. 48 ช่วงเช้ามืดแถวบ้านผมมีฝนโปรยปรายลงมา แต่ไม่นานก็หยุด สักพักผมก็ออกไปรอรถคุณแมวV102 ที่จุดนัดพบ คันนี้จะเก็บตกเหล่าคุณอา(ศัย) ทั้ง 3 นาย (ติ๊ก ,เอก,มนต์) เมื่อครบแล้วก็บ่ายหน้าสู่ปั๊มเอสโซ่ นครชัยศรี ปั๊มเดิมที่พวกเราเคยนัดกันบ่อย ๆ เลยเจ็ดโมงเช้าไปเล็กน้อยก็ถึง มีเพื่อน ๆ มารอกันแล้วร่วม 10 คัน ว่าแล้วก็มองหาจุดรับลงทะเบียน จ่ายเงิน พร้อมรับของที่ระลึกประจำทริป ซึ่งเป็นเสื้อรุ่นลิมิเต็ด ฟูลออฟชั่น |
![]() |
และทริปนี้ก็ยังคงเหมือนทริปก่อน ๆ คือ จะมีเพื่อนๆ ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางด้วย มาส่ง ทริปนี้มีพี่เปี๊ยกV303 ซึ่งบาดเจ็บที่นิ้วเท้าแข็งใจขับเจ้าการ์ตูนมา คุณหนุ่ยV211 ที่ติดปัญหาทางเทคนิคด้านสุขภาพของคนใกล้ตัว ทั้งที่สองท่านนี้ได้ลงทะเบียนร่วมทริปแล้วด้วย ส่วนอีกหนึ่งคือ V322 คุณอุ๋ยเจ้าของเรื่องเล่า " มหัศจรรย์เกาะสะเดิ่ง" กับคุณเอ ที่ทำตาเศร้า ๆ อดไปด้วย เพราะว่าต้องควบเจ้า GVไปสัมมนากับที่ทำงานที่เมืองกาญจน์ ยังไงก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาส่งด้วยครับ จากนั้น ก็จัดขบวน แจ้งช่องเรียกขานเครื่องดำ ทริปนี้เราใช้ 144.750 แล้วก็จัดชุดทยอยออกเดินทาง โดยแบ่งออกเป็น 3 ชุด ผมออกเป็นชุดสุดท้าย (ตอนนี้ผมขออาศัยรถอาจารย์มนูญV040 ครับ) ถนนเพชรเกษมช่วงเช้านี้ การจราจรเบาบาง อากาศเย็นสบาย พอขับผ่านทางเข้าองค์พระปฐมเจดีย์ นับได้ไฟแดงที่สาม ก็ชิดขวาเลี้ยวเข้าเส้นทาง 321 มุ่งหน้าไปทาง อ.อู่ทอง สุพรรณบุรี |
| ระหว่างทางในขบวนก็คุยเครื่องดำกันไปเรื่อย ชุดนี้มีหมูน้อยV167
และหวานใจอยู่ด้วย เลยได้ฟังแต่เรื่องหวาน ๆ ตลอด ตอนจะผ่าน ม.เกษตรศาสตร์
กำแพงแสน ผมเหลือบไปเห็น "เจ้าโลมา" ของคุณหญิง V111 จอดอยู่ด้วยนะ
ขบวนก็ตามกันไปเรื่อยๆ จนใกล้เข้า อ.อู่ทอง เราก็เลี้ยวซ้ายเข้าเส้น 3342 ผ่านอุทยานพุม่วง
มุ่งหน้าไป อ.บ่อพลอย ตอนนี้เริ่มได้ยินเสียงถามทางดังเข้ามาจากคุณอ๊อดV029 ที่ตามมาสมทบ จากอยุธยา ก็ตอบกันกลับไป เมื่อถึง 3 แยกบ่อพลอยก็เลี้ยวขวาอีกที เข้าเส้นทาง 3086 มุ่งหน้าไปทาง อ.หนองปรือ ไปได้สักพัก เสียงจากชุดแรกก็แจ้งเข้ามาว่าถึงปั๊ม ปตท. ซึ่งเป็นจุดพักรถแล้ว ไม่นานชุดสองก็ถึง ก็อัดน้ำมันเข้าถังกัน... |
![]() |
![]() |
..แต่ชุดผมอาจารย์รังษีV538 ขอแวะเติมพลังที่ปั๊มตราดาวก่อน พอเลยมาอีกนิดเดียวก็ถึงปั๊ม ปตท. ชุดที่สองก็ออกจากปั๊มพอดี คุณอ๊อดที่ตามมาก็เจอกันที่นี่เอง ระหว่างนี้เสียงถามทางดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่เป็นเสียงคุณต่อ อุ๊และเขียวหวาน V297 ทิ้งระยะห่างประมาณ 1 ชั่วโมงจากจุดนี้ พอออกจากปั๊มก็มุ่งหน้า หาร้านอาหารทานกัน โดยมีลูกกลิ้งV184 V6 ม้าเร็วเครื่องดีเซล ที่ล่วงหน้ามาก่อน คอยต้อนให้เลี้ยวซ้ายที่ 3 แยกไปทาง อ.องค์พระ ไม่ให้หลงทาง ชุดแรกแวะที่ร้านเล็ก ๆ แถว ไผ่สีทอง อีกสองชุด ขับไปตามทางเจอแยกตัว Y ก็เลี้ยวซ้าย จนมาเจอ 4 แยก ก็ยังเลี้ยวซ้าย ไปหยุดที่บ้านม่วงเฒ่า แถวนี้มีร้านค้าหลายร้านหน่อย เวลาตอนนี้เพิ่งจะ 11 โมงกว่า ๆ เอง |
เมื่อทานอาหารกันอิ่มท้องแล้ว ก็จัดขบวนมุ่งหน้าตรงไปบ้านทุ่งมะกอก (ผมเปลี่ยนไปอาศัยรถคุณแพรV142 พร้อมด้วยนายกันV010 ตากล้าง VDO) พอผ่านหน้าวัดองค์พระที่เพิ่งมีงาน ก็เลี้ยวซ้าย เมื่อถึงบ้านทุ่งมะกอก จะยังมีทางดำเลี้ยวขวาต่อไป อช.พุเตย แต่พวกเราหยุดรถใส่ 4 H เพื่อเตรียมตรงไปข้างหน้า ลุยทางลูกรังเข้าไปในเส้นทางบ้านน้ำพุ ,บ้านน้ำเอ่อ ซึ่งจุดหมายปลายทาง หน่วย ศร. 9 ไกรเกรียง อยู่ห่างจากนี้อีก 30 กว่ากิโลเมตร เริ่มเดินทางอีกครั้ง เมื่อวิ่งผ่านหมู่บ้านเข้ามากิโลกว่าๆ ก็จะผ่านทางขึ้นไป บ้านเขมรโรงที่อยู่ทางซ้าย ส่วนทางขวาจะเป็นไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน เส้นทางก่อนถึงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่จะเป็นถนนคอนกรีตโค้งขวาค่อนข้างชัน ชัน พอแวะลงไปแจ้งเจ้าหน้าที่เรียบร้อย ก็ตามกันไปในเส้นทางทดสอบ ระบบรองรับช่วงล่างของเจ้าวีทาร่ากัน ขึ้นเนินลงเนินสลับกันไปเรื่อย โยกซ้าย โยกขวา ไปมา หัวสั่นหัวคลอน |
![]() |
![]() |
ป่ายามหน้าแล้งมองหาสีเขียวให้ชุ่มชื่นสายตา ช่างมีอยู่น้อยเหลือเกิน แต่โชคก็พอ เข้าข้างพวกเราอยู่บ้าง เพราะเมื่อคืนมีฝนตกลงมา ช่วยชะฝุ่น ตามผิวถนนออกไป ทำให้ขบวนไม่ต้องวิ่งกันฝุ่นตลบ ตอนนี้คุณต่อ เข้าร่วมขบวนทันแล้ว พวกเราก็ลัดเลาะตามกันมาเรื่อย นานๆ จะมีรถสวนออกมาสักคัน ทางน้ำยามหน้าฝนที่ตอนนี้แห้งขอด ทาง อบต. กำลังก่อสร้างฝายน้ำล้นคอนกรีต เตรียมเอาไว้ชลอน้ำและให้รถวิ่งผ่านอยู่หลายแห่ง แม้ก่อนจะถึง 3 แยก ที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านน้ำเอ่อก็ยังมี ปากทางเข้า บ้านน้ำเอ่อจะเป็น 3 แยก มีป้ายบอกทางเข้าสำนักสงฆ์ไกรเกรียงและป้ายอื่น ๆ อีกหลายป้าย ถ้าตรงไป จะไปบ้านน้ำพุ เมื่อเลี้ยวซ้ายแล้วก็วิ่งตามกันไปเรื่อย สักพักก็เห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ อยู่ทางซ้ายมือ ก็ให้รู้ว่าเข้าเขตบ้านน้ำเอ่อแล้ว หลายคนอดไม่ได้ที่จะหยุดรถ เก็บภาพสวยๆ จากจุดนี้เรื่อยไปจะมีแพพักของชาวบ้านให้บริการอยู่ เป็นระยะ ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบตกปลาและความเงียบสงบ จากนี้อีก ประมาณ 10 กิโลเมตร จะถึงหน่วย ศร. 9 ไกรเกรียงแล้ว |
| เสียงจากเครื่องดำยังส่งเสียงคุยกันโขมงโฉงเฉง
บอกไลน์กันบ้าง แซวกันบ้างไม่มีเงียบเหงา การเดินทางเป็นขบวนแบบนี้ มีเครื่องดำติดมาด้วย ก็จะทำให้การสื่อสารทำได้ง่ายและเกิดความ สนุกสนานในการเดินทางมากยิ่งขึ้น ใกล้จุดหมายขึ้นเนินมาก็เจอ รถแทรกเตอร์กำลังปรับผิวถนนอยู่หนึ่งคัน พอลงเนินมา ก็เจอแอ่งน้ำให้ลุยผ่านพอล้อเปียก ๆ มาอีกสักระยะก็ผ่าน โรงเรียน(ชั่วคราว) วัดลำขาแข้ง ที่พวกเราจะบริจาคของกัน ซึ่งทางโรงเรียนแจ้งว่าวันนี้เด็กเตรียมตัวไม่ทันขอเป็นพรุ่งนี้ พวกเราเลยตรงเข้าจุดหมายทันที |
![]() |
|
วิวสวย ๆ ฟ้าใส ๆ ผืนน้ำที่กว้างไกลตัดกับขุนเขา ไร้ขอบเขตของสายตา ของหน่วย ศร. 9 ไกรเกรียง ซึ่งตั้งอยู่ทางเลข 1 นาฬิกาของอ่างเก็บน้ำ เขื่อนศรีนครินทร์ ทำให้พวกเราคลายเหนื่อยจากการเดินทางได้พอสมควร แต่มติเป็นเอกฉันท์ตรงกันก็คือ ร้อน ส่วนหนึ่งเพราะว่า การเดินทาง ไม่มีอุปสรรคอะไร ทำให้เข้ามาถึงจุดหมายก่อนเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เลยทีเดียว ทริปนี้มีหน้าใหม่มาร่วมทริปก็หลายคัน ส่วนหน้าเก่าเจ้าประจำก็ยังเพียบ เหมือนเดิม เมื่อเข้ามากันครบแล้วก็เชิญหาที่เช็คอินกันตามสะดวก ชอบมุม ไหนก็เชิญตามสบาย ที่นี่มีน้ำที่ดูดจากในอ่างเก็บขึ้นมาให้ใช้ มีไฟจากเครื่อง ปั่นถึงเที่ยงคืน พวกเราเตรียมถังน้ำขนาดกลาง 3 ใบและขันหลายใบมาบริจาค ให้ที่นี่ เพราะในห้องอาบน้ำยังไม่มี สักพักคุณกบV039 ก็ขยับรถไปเทียบ ใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ริมน้ำ ฟลายชีตถูกดึงออกมาจากกล่องใส่ ที่ติดอยู่กับแร็ค หลังคา บรรดาลูกมือก็ช่วยกันลงหลักปักฐาน กลายเป็นเต็นท์อำนวยการทันที |
|
|
หลังจากเพื่อน ๆ กางเต็นท์กันเรียบร้อย อีกไม่กี่อึดใจแพหลังใหญ่ที่นัดไว้
ก็เข้ามาเทียบฝั่ง ทอดสะพานยั่วยวน มีหรือจะไม่รับไมตรี สักพักชาว VFC ก็เคลื่อนขบวนกันไปอยู่บนแพทันที
ข้าวของขนขึ้นแพกันเรียบร้อย ก็ลากออกจากฝั่ง แพที่นี่จะเป็นแพไม้ไผ่ ใช้พักแรม เมื่อนำมาลากกลางน้ำ ส่วนที่เป็นห้องเก็บของ หัวแพเลยขวางทางลม ต้องรอถึงกลางน้ำห่างจากฝั่งพอสมควรจึงจะได้ลม แต่แพลูกที่ผูกติดกับแพหลังใหญ่ เปิดโล่งไม่มีอะไรขวาง ลมเย็นปะทะตลอด ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ลงไปอุดหนุนกันเต็มแพ มีทั้งเหวี่ยงคัน(เบ็ด) บ้างก็เอาเท้าราน้ำ และที่นึกว่าแพนี้มีแต่เพียงสองเรา ก็มีหลายคู่อยู่เหมือนกัน เมื่อแพถูกลากมาอยู่ในช่วงที่ลมตึงดีแล้วก็หยุดผูกแพกับต้นไม้ที่ยืนตายซาก โผล่ยอดขึ้นมาอยู่ในอ่างเก็บน้ำ เพราะเดิมทีบริเวณนี้ก็คือผืนป่า แต่อยู่ในส่วนที่ จมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนศรีนครินทร์นั่นเอง |
![]() |
|
เงียบจากเสียงเรือลากแพกิจกรรมแนะนำตัวเพื่อนสมาชิกก็เกิดขึ้น ก็มีอำกันบ้าง เรียกเสียงเฮฮา ตามธรรมเนียมจนผ่านกระบวนการนี้ อาจารย์มนูญกับพี่รัตน์ เพื่อน VFC แต่ขับแลนด์ ก็นำเรือที่ใช้คัดท้ายแพไปพายเล่น พวกที่ตกปลา ก็มี เพียงมดเอ็กซ์V412 คนเดียวที่รอกดัง ออกอาการว่ามีลุ้นแต่สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ ขณะที่กำลังเพลินๆ กับธรรมชาติอยู่นั้น แม่ครัวก็แจ้งว่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถูกนำมาจัดวางเป็นชุด ๆ หนุ่มสาวชาว VFC ก็ล้อมกรอบ เอ๊ย! ล้อมวงกันเข้ามา ช่วงนี้เสียงสนทนาจะขาดหาย เหมือนสัญญาณโทรศัพท์ ขณะอยู่ในลิฟท์ หรือชั้นใต้ดิน ชั่วอึดใจเจตนารมณ์ร่วมกันก็เสร็จสมบูรณ์ สับปะรดกับแตงโม ผลไม้ล้างปากก็ถูกนำมาจัดวาง เวลานี้แสงอาทิตย์อ่อนแรง อากาศเริ่มเย็นลง มีเรือชาวบ้านแล่นตัดท้องน้ำมุ่งหน้าสู่ฝั่งกลับบ้าน 2-3 ลำ เรือลากแพ สตาร์ทเครื่องอีกครั้ง ลากแพที่หยุดนิ่งกลับมาเทียบฝั่ง ณ จุดเดิมอย่างปลอดภัย "2 ทุ่มคืนนี้เชิญที่เต็นท์กองอำนวยการครับ เราจะคุยเรื่องเขมรโรงกัน" เสียงสุดท้ายบอกกล่าวก่อนแยกย้ายขึ้นจากแพ |
| เมื่อเวลานัดมาถึง เกิดมีละอองฝนกับลมปะทะแรงจนเต็นท์ลู่ตามลม
ท่าทางแผนที่วางไว้อาจจะต้องล้มเลิกเสียแล้ว หลายคนคงคิดอย่างนี้ แต่แล้วคำกล่าวที่ว่า
เรื่องของป่าไม่มีอะไรที่แน่นอนก็เป็นจริง ท้องฟ้ากลับมา สดใสอีกครั้ง หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เริ่มมารวมตัวกันตามนัด
มีสาวๆ ร่วมแจมบ้างพองาม วอร์มอัพด้วยของขบเคี้ยวกรอบ ๆ และเมื่อทำการเช็ค
เสบียงที่มีอยู่ น้ำแข็ง-พร้อม โซดา-พร้อม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นานาป้ายยี่ห้อ
จากเพื่อนที่สนับสนุนก็พร้อม วงสนทนาก็เริ่มอย่างจริงจัง แต่ยังไม่มีใครพูดเรื่อง
เขมรโรงสักที ยิ่งระยะเวลาเนิ่นนานไป เสียงรอบข้างยิ่งเงียบลง เต็นท์เพื่อน ๆ ที่รายล้อมอยู่ ไร้แสงไฟ แต่เสียงสนทนาที่นี่ยังก้องดัง นักร้อง นักดนตรี กระหน่ำร้องเล่นกันไป มีเพลงฮิตทุกยุคทุกสมัย ยกเว้นปัจจุบัน หน่วยสนับสนุนด้านเสบียง ทำงานตลอด เวลา(ขอบคุณมากครับ) งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แต่กว่าจะเลิกราได้ก็ปาเข้าไป เช้าวันใหม่หลายชั่วโมงแล้ว สรุปว่า ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องเขมรโรงเหมือนเดิม.. |
![]() |
|
วันอาทิตย์ที่ 13 ก.พ. 48 เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง กิจกรรมยามเช้าเกิดขึ้นมากมาย เมื่อเก็บสัมภาระเสร็จสิ้น กันแล้วก็มารวมตัว ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกกันสักหน่อย 9.30 น. เราจะออกเดิน ทางไปบริจาคของให้กับ ร.ร. (ชั่วคราว) วัดลำขาแข้ง ที่เราผ่านมาเมื่อวาน โดยคุณนิยมV007 ล่วงหน้าไปแจ้งให้ทางโน้นทราบก่อน ขบวนจึงเริ่มออก ตามไป แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด เด็กยังมารวมตัวกันไม่มากนักจึงต้องรอสักพัก เมื่อถึงเวลาอันสมควร ท่านผู้อาวุโสในทริป 3 ท่าน ลุงยุทธV057, อาวัฒน์V077 และอาจารย์รังษีV538 ก็เป็นตัวแทนชาว VFC มอบสิ่งของ เครื่องใช้ให้กับ ทางโรงเรียนและชาวบ้าน โดยมีคุณครูหนุ่มเป็นตัวแทน พร้อมกล่าวขอบคุณ และอวยพรให้พวกเราเดินทางกลับด้วยความปลอดภัย |
| ถึงเวลานี้จะมีกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ขึ้นไปเขมรโรงจะไปเที่ยวต่อหรือตรงกลับบ้านเลย
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะไปท้าทายความชันของเส้นทางบ้านเขมรโรง จึงต้องร่ำลากัน
ณ ตรงนี้เอง แต่ยังเดินทางออกมาปากทางพร้อมกัน (คุณแพรกลับบ้าน ผมต้องย้ายมา
อาศัยรถคุณนิยมV007 อีกคันแล้ว) เมื่อถึงด่านฯ อาวัฒน์ก็หยิบน้ำชา 35 ดีกรี
ออกมาจากรถ ให้ผมนำไปฝากเจ้าหน้าที่ไว้ช่วยคลายหนาวยามค่ำคืน บ้านเขมรโรง ทางเข้าอยู่เลยออกจากด่านฯ มาประมาณ 2 กิโลเมตรทางขวา เมื่อเลี้ยวเข้ามาจากปากทาง 100 เมตร ด้านซ้ายมือจะเป็นลานจอดรถ มีที่พักขนาดย่อมสร้างเอาไว้หนึ่งหลัง และมีวัสดุก่อสร้างวางอยู่เรียงราย ทางขึ้นเขมรโรงเส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นหินภูเขา มีหินลอยขนาดใหญ่ ตลอดเส้นทาง มีทางน้ำเป็นปลักควายก่อนถึงจุดหมายอยู่เล็กน้อย |
![]() |
|
ชุดแรก คุณเหน่ง v235 นำ "เจ้าผ่องโชค" 3 ประตู ยกสูง นำหน้าขึ้นไป ท้าทายความชันยาวของเนินทางขึ้นก่อนคันแรก ปรากฎว่าไปไม่รอด ต้องถอยลงมาตั้งหลัก เล่นเอากองเชียร์ใจเสียไม่น้อย ลองเปลี่ยนให้คันหลัง ๆ ลองบ้าง ก็ลุยขึ้นไปได้สำเร็จทุกคัน แต่ยังขึ้นไม่ครบทุกคัน ปรากฏทางด้านบน มีรถสวนลงมาหลายคัน ต้องเบี่ยงหาที่หลบกันจ้าละหวั่น ก็เป็นขบวนรถออฟโรด ของเจ้าถิ่น "ยุทธหัตถีสุพรรณบุรีออฟโรด" ที่มาขนวัสดุก่อสร้างขึ้นไปพัฒนา สำนักสงฆ์เขมรโรงข้างบนเขาให้เป็นวัดนั่นเอง เมื่อได้สนทนากันแล้ว ทางเจ้าถิ่นก็เชิญชวนให้ขึ้นไปทานอาหารกลางวัน กันข้างบน พร้อมทั้งวิทยุบอกให้แม่ครัวจัดเตรียมไว้ให้ด้วย มีน้ำใจมา พวกเราก็ตอบรับด้วยดี ในกลุ่มของ VFC เองก็มีอาจารย์รังษี อดีตนักขับรถแข่ง ออฟโรดที่รู้จักกับทางเจ้าถิ่นเป็นอย่างดี เมื่อรอรถลงหมดแล้ว ขบวนของพวกเรา ก็รีบขึ้นไปทันที |
ระหว่างทาง คุณกบบอกเจ้าขาวผ่องหม้อน้ำเดือด ขอจอดพักนิดนึงก่อนจะถึงข้างบน จะมีเนินชันอีกแห่งแต่ไม่ชันมากเหมือนทางขึ้นเนินแรก ด้วยระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ดูไม่ยาวแต่มีลุ้นตลอดเหมือนกันสำหรับวีทาร่า พี่คิดถึงV404 กับหมูน้อยที่ไม่ได้ขับรถขึ้นไปก็ติดรถเพื่อน ๆ กับรถเจ้าถิ่นขึ้นมาด้วย รถที่ขึ้นมานี้มีเพียงคุณไมค์คันเดียวที่รถยังใช้ช่วงล่างเดิม ๆ แต่ด้วยทักษะ บวกกับจิตใจก็ขึ้นมาได้เหมือนกัน เมื่อทางเจ้าถิ่นขึ้นมาครบ สักพักเจ้าผ่องโชค ก็ตามขึ้นมาได้สำเร็จ พวกเราก็ทานกลางวันกันที่สำนักสงฆ์เขมรโรงนี้เอง เมื่ออิ่มกันเรียบร้อยก็รวบรวมเงินร่วมทำบุญกับทางเจ้าถิ่น มีการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ ให้เบอร์ติดต่อ พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้พวกเรา อีกหลายแห่ง "ต้องขอขอบคุณจากใจด้วยครับ" พร้อมกันนี้ช่างภาพของนิตยสาร ในกลุ่มสื่อสากล ซึ่งมาติดตามถ่ายภาพกิจกรรมกลุ่มเจ้าถิ่น ก็ให้ความสนใจ ขอบันทึกภาพกลุ่มของพวกเรา พร้อมบอกว่า จะนำไปลงหนังสือด้วย |
![]() |
ขาลงไม่มีอะไรให้ลุ้นเหมือนขาขึ้น จากนั้นก็ขับตามกันมาจอดพักที่ปั๊มทีพีไอ แถวหนองปรือ หาน้ำเย็น ๆ ดื่มก่อนมุ่งหน้าเดินทางกลับบ้านด้วยความสนุกสนาน ประทับใจในทริปสั้น ๆ แต่ได้ทำอะไรมากมายหลายกิจกรรม ทริปนี้สมาชิกอาจจะไม่ได้ใกล้ชิด พูดคุยกันทั่วถึงทุกคน แต่ผมว่าการได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ในระยะเวลาสั้น ๆ 2 วัน 1 คืนนี้ คงจะอยู่ในความทรงจำ ฝากเป็นเชื้อเอาไว้ให้กลับมาร่วมทริปกันใหม่ในโอกาสหน้านะครับ |
|
ชายผู้อาศัย ร่วมบันทึกไว้กับ
VFC / นายติ๊กV053
|
|
|
|
รายนามสมาชิกที่ร่วมล่องแพ ท่องไพร
|
|
1.
2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 |
v007
v010 v029 v039 v040 v043 v053 v057 v077 v095 v102 v104 v105 v107 v142 v167 v184 v189 v235 v254 v262 v297 v301 v388 v404 v412 v488 v508 v515 v527 v538 v539 v540 |
นิยม สุดชื่น (นายบอนด์) พจเดช ขุนทอง(นายกัน) สัญญา วรรณประไพ (อ๊อด) วัลลภ สำราญรื่น (กบ) ,พี่รัตน์ v039a มนูญ พิธุวรรณ (จารย์นูญ) ภูวดล วริรักษ์ (ตุ้ย) ธนะชัย ไทยรอด (ติ๊ก) ธีรยุทธ ยอดอุดม (ลุงยุทธ) ชัยวัฒน์ อิสริยคุณานนท์ (อาวัฒน์) ทนา ศรีปาน (เอก) กิ่งแก้ว เหลืองวิจิตร์ (แมว) มนตรี ได้ผลธัญญา (มนต์ร้อยฉี่) เอนกฤทธิ์ ลพสุนทร สมภพ ประสิทธิ์วิไล (ป๊อบ) ฐาปนีย์ ว่องปรีชา (แพร) กิตติ บุญพิทักษ์ (หมูน้อย) ดุสิตวุฒิ วรรณรักษ์ (กลิ้ง) ธนาพร แสงญางาม (แก้ว) พีรศักดิ์ ผลดก (เหน่ง) นุกูล ศิริอัจฉริยกุล (หยก) นภสุทธ์ มุขศรีใส (ไมค์) ปวิตพล ไพบูลย์ (ต่อ) สุทธิชัย โฆษิตวรรณรัตน์ (ชื้อ) วีรวัฒน์ ปุตระเศรณี (ตู๋) วินัย เผือกศรี (คิดถึง) บัญชา อัครพงศ์พันธุ์ (มดเอ็กซ์) จิรวัฒน์ สิริบุญเลิศ (อู้ด) กันต์พงษ์ ชัยณรงค์สิงห์ (เชน) ชัชชัย ศรีหอมชัย วรเทพ สถาปนิกานนท์ (เทพ) รังสี จูดี (อาจารย์) พูลทรัพย์ หนองหัวลิง (เอ๋) กมล สิกขบูรณะ (เจี๊ยบ) |