V-Tech
 
เย็นๆ ร้อนๆ (3)
โดย V040
ครับ..ที่แผงนี้จะเป็นแหล่งที่ผลิตความเย็นให้กับห้องโดยสารนั่นเอง ตัวแผงจะมีลักษณะเป็นท่อ Aluminum หรือ ทองแดง (ในรุ่นเก่าๆ หรือ ระบบปรับอากาศในบ้าน) เล็กๆ ขดไป - มา และ มีครีบสำหรับนำความเย็นออกมาจากท่อ ซึ่งในบางครั้งถ้าอุณหภูมิที่ตั้งไว้ต่ำมากๆ หรือ พัดลมเป่าที่ความเร็วต่ำๆ จะมีหยดน้ำมาเกาะรอบๆ ท่อ และ ครีบ บางครั้งอาจจะเกิด การก่อตัวของน้ำแข็งแล้วไปดันท่อให้คด หรือ แตกได้ น้ำที่เกาะอยู่ตามท่อนี่เองที่เป็นสาเหตุ ของการผุกร่อน ดังนั้นวิธีที่จะช่วยป้องกันก็คือ

  ใช้ความเร็วลมให้สัมพันธ์กับการตั้งอุณหภูมิ โดยถ้าปรับอุณหภูมิต่ำมากๆ ก็ต้องปรับความเร็วลมให้สูงขึ้น และ อีกประการหนึ่งก็คือ ก่อนที่จะดับเครื่องยนต์ ควรจะปลดภาระของระบบทำความเย็น (เครื่องอัดไอ) ทิ้งเสียก่อน แต่ยังคงเปิดให้พัดลม ทำงานอยู่ นั่นคือในรุ่น 5 ประตูให้กดปุ่ม A/C ECO จนกว่าไฟจะดับ (กด 2 ครั้ง) และ ถ้าเป็นรุ่น 3 ประตูให้โยกก้านปรับอุณหภูมิไปทางขวาสุด หรือ โยกไปที่สีแดง จากนั้นรอประมาณ 2 - 3 นาที เพื่อเป็นการไล่ความชื้น และ ละอองน้ำออกจากแผงทำความเย็น แต่มีวิธีที่ง่ายกว่า และ ไม่ต้องรอ อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมันได้ด้วยก็คือ ก่อนที่จะขับรถ ถึงที่หมายประมาณ 1 - 2 กม. ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ ซึ่งระยะทางดังกล่าว เพียงพอต่อการไล่ความชื้น และ ความเย็นยังคงพอมีอยู่บ้าง

 
  ครับทั้งหมดนี้ก็เป็นวงจรของน้ำยาฯ โดยสังเขป ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาฯ ชนิดไหนก็จะมีหลักการ ทำงานแบบเดียวกันหมด จะต่างกันก็เพียงแต่เรื่องของ ความดัน ปริมาณการไหลของน้ำยาฯ และ ขนาดของแผงระบายความร้อน - เย็น เท่านั้น จากนี้ก็มาทำความรู้จักกับกลุ่มอุปกรณ์เสริม อีกกลุ่มหนึ่งนะครับ นั่นคือ ระบบควบคุมการทำความเย็น เป็นระบบช่วยอำนวยความสะดวก และ เพื่อปรับอุณหภูมิ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ในระบบนี้มีอุปกรณ์ที่มาเกี่ยวข้องด้วยอยู่ 4 - 5 ชิ้น ดังนี้

1. กระเปาะวัดอุณหภูมิ (Thermostat) เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นด้วยกลไก 2 อย่างคือ

   1.1 ส่วนแรกเป็นกระเปาะวัดอุณหภูมิ มีทั้งแบบท่อเส้นยาวขนาดเล็ก (Capillary Tube) หรืออีกแบบเป็นกระเปาะทรงกระบอก(ขนาดประมาณแท่งปากกา) ภายในจะบรรจุของเหลว ชนิดหนึ่งที่ไวต่ออุณหภูมิ จึงสามารถขยายตัว และ สร้างแรงดันได้ง่าย โดยแรงดันนี้ จะไปสัมพันธ์กับส่วนควบคุม เพื่อให้ได้อุณหภูมิตามต้องการ

   1.2 ส่วนที่สองเป็นลิ้นควบคุมการฉีดจ่ายน้ำยาฯ จะประกอบด้วยแผ่นโลหะรับแรงดัน หรือ ที่เรียกว่า Diaphragm (อยู่ที่บริเวณ Expansion Valve) และ เข็มปิด - เปิด น้ำยาฯ ซึ่งการควบคุมปริมาณน้ำยาฯ นี้จะอาศัยแรงดันภายใน Capillary Tube ที่ส่งมาจากกระเปาะ วัดอุณหภูมิผ่านแผ่นโลหะบางๆ โดยมี Spring ที่สามารถปรับตั้งความแข็ง-อ่อนได้กดอยู่ ด้วยคันโยกปรับอุณหภูมิที่แผงควบคุม

การควบคุมจะอาศัยการสมดุลแรงดันที่ Diaphragm ซึ่งเกิดจาก Spring และ ของเหลวภายใน Capillary Tube ในการปรับอุณหภูมิให้ต่ำลง ก็จะเป็นการสร้างแรงกดให้ Spring ที่ Diaphragm ดังนั้นน้ำยาฯ จึงถูก Expansion Valve ฉีดออกมามากเพื่อสู้กับแรงกดของ Spring จนกระทั่งความดันสมดุล (เท่ากันทั้ง 2 ด้าน) ซึ่งจะมีสัญญาณส่งต่อไปให้กับอุปกรณ์ตัดต่อ Compressor เพื่อหยุดระบบการไหลเวียนของน้ำยาฯ ระหว่างนี้แรงดันด้าน Capillary Tube จะเพิ่มขึ้นจนชนะแรงดัน Spring อีกครั้ง นั่นแสดงว่าอุณหภูมิเริ่มสูงกว่าที่ต้องการ Compressor จะต้องทำการจ่ายน้ำยาฯ ให้กับระบบอีกครั้ง และ จะเป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะหยุด ระบบทั้งหมด

 
2. อุปกรณ์ตัดต่อกำลัง หรือ Magnetic Clutch เป็นหน้าจานแม่เหล็ก ซึ่งจะตัดต่อ กำลังที่ Compressor โดยรับสัญญาณจากกระเปาะวัดอุณหภูมิ เมื่ออุณหภูมิได้ตามต้องการ หน้าจานนี้ก็จะดีดตัวออกจาก Compressor และ จะดูดติดอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิสูงกว่าที่ตั้งไว้

3. อุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกินพิกัด (High Pressure Switch) เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ Valve ใน Compressor และ ท่ออ่อนต่างๆ เสียหายได้ โดยจะทำงานสัมพันธ์กับอุปกรณ์ตัดต่อกำลัง ก็คือ ถ้ามีแรงดันในระบบที่ด้านดูด สูงเกินกว่าค่าที่ตั้งไว้ หน้าจานแม่เหล็กจะตัดกำลังออกจาก Compressor ทันที และ เมื่อแรงดันนี้ลดลงกระทั่งต่ำกว่าที่ตั้งไว้ หน้าจานแม่เหล็กถึงจะต่อกำลังให้ Compressor อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทำการอัดน้ำยาฯ ไปตามปกติ

4. พัดลมเป่าลมเย็น (Blower) เป็นพัดลมที่อยู่ในกล่องซึ่งมีท่อส่งลมเย็น ไปเป่าที่แผงทำความเย็น ทำหน้าที่สร้างกระแสลมให้พัดเอาความเย็นจากแผงทำความเย็น ออกมาให้ห้องโดยสาร โดยทั่วไปสามารถปรับความเร็วได้ 3 - 4 ระดับ ความเร็วของลม ที่เป่าออกมานี้ ควรปรับให้เหมาะสมกับการตั้งอุณหภูมิ (ดังที่ได้อธิบายไปแล้วนะครับ)

5. บานเปลี่ยนทิศทางลม (Buffer) อุปกรณ์ชุดนี้เป็นอุปกรณ์พิเศษมีเฉพาะในรุ่น 5 ประตูเท่านั้นนะครับ (ผู้ใช้ 3 ประตูคงต้องไปหาซื้อเพิ่มเติมเอง) ซึ่งมีไว้เพื่ออำนวยความสะดวก ใน 2 ทางเลือก คือ

   5.1 การเลือกแหล่งอากาศที่จะป้อนให้แผงทำความเย็นจากภายใน หรือ ภายนอก (ไม่แนะนำให้เปิดช่องอากาศแบบนี้กับการขับขี่ในเมืองนะครับ เพราะอาจจะทำให้ในกระแสเลือด มีค่า Carbon-monoxide สูงกว่ากำหนด)

   5.2 การเลือกช่องลมที่ห้องโดยสารจะมีอยู่ 4 แบบ ซึ่งก็เลือกใช้กันได้ ตามอัธยาศัยนะครับ

 
ทั้งหมดนี้ก็เป็นหลักการทำงานของระบบปรับอากาศที่ใช้สารทำความเย็นเป็นหลัก ซึ่งมีใช้กันอยู่อย่างมากมายในปัจจุบัน สำหรับอนาคตอันใกล้นี้ เราๆ ท่านๆ อาจได้ใช้ระบบ ทำความเย็นแบบใหม่ก็เป็นได้นะครับ ระบบที่ว่านี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการใช้ประโยชน์ของสมบัติทางกายภาพในสารกึ่งตัวนำ มีชื่อ ณ ขณะนี้ว่า Thermo-Electic

หลักการทั่วไปของ Thermo-Electic ก็คือ การใช้กระแสไฟฟ้าไปกระตุ้น สารกึ่งตัวนำ เพื่อให้เกิดความเย็น (แต่เดิมมักจะคายความร้อนออกมา เช่น อุปกรณ์จำพวก Resistor Capacitor หรือ Transistor เป็นต้น) ขณะนี้ก็มีตัวอย่างให้ชมเพื่อเรียกน้ำย่อย กันบ้างแล้วนะครับ เช่น ตู้เย็นในรถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้ไฟฟ้า จะเห็นได้ว่ามันมีราคาสูง เมื่อเทียบกับขนาดของตัวตู้ และ สมรรถนะของมัน เท่าที่ทราบขณะนี้ก็คือ ราคาถูกสุด ก็ตกประมาณ 2000 บาท ด้วยขนาดที่แช่กระป๋องน้ำอัดลมได้ 4 กระป๋อง อุณหภูมิต่ำสุดทำได้ 5 °C ด้วยเวลา 2 ชั่วโมงเท่านั้นเองครับ เอาเป็นว่าขอแปะโป้งไว้ก่อนดีกว่านะครับ สบโอกาสเมื่อไรจะมาขยายความให้ฟัง เพราะเท่าที่เขียนในตอนนี้ก็กินเนื้อที่สัมปทาน ไปหลายหน้าแล้วครับ เดี๋ยวเจ้าของจะมาทวงคืน

สำหรับครั้งหน้าคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับระบบช่วงล่างสลับกันบ้างนะครับ เพราะทั้ง 3 ตอนก็ป้วนเปี้ยนอยู่แต่ด้านหน้าอย่างเดียว กลัวช่วงล่างจะน้อยใจ แล้วพบกันใหม่สวัสดีครับ

 
   

 
   
อ่านหน้าที่ผ่านมา