VFC Meeting สัญจรภาคเหนือ ครั้งที่ 1
1 - 3 พ.ค. 2547
ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ห้วยฮ่องไคร้ - ดอยขุนวิน
จังหวัด เชียงใหม่



โดย เล็ก เขียวส่อง (v342)
  หลังจากได้รับมอบหมาย จาก วมต.และ สมาชิก กทม.ให้ทดลองเขียนรายงานสรุป การปิดทริป ภาคเหนือ ครั้งที่ ๑ เมื่อทานอาหารเที่ยงวันที่ ๓ พค. เรียบร้อย
ก่อนจะร่ำลา (ไม่ใช่ร่ำสุรา) เพื่อแยกย้ายกันไปตามทางแอสฟัลท์กรีต ที่แต่ละท่านต้องการจะไปต่อ...โดย วมต.จะพาครอบครัวที่แสนน่ารักและอบอุ่น
ไปสัมผัสความหนาวเย็นบนยอดดอยอินทนนท์ .... จานนูน และ ป้าแมว จะไปแวะขออาหารเย็นเพื่อนทานที่ สุโขทัย แล้วจะวิ่งผลัด ๒ คูณ ๓๕๐ กม.เข้า
กทม... ส่วนคุณมดเขียว และครอบครัวจะพากันไปเยี่ยม และซื้อใบไผ่ให้ แพนด้า และจะไปแวะพักกลางทาง ที่ ตาก..น้องนัทและเพื่อน ต้องรีบเข้า Office
ที่เชียงใหม่ เพราะจ้าวนายโทรมาตาม....คุณนิจ และอาจารย์ ก็จะต้องรีบกลับบ้านไปดู หลาน ๆ หลายตัวที่ฝากข้างบ้านเลี้ยงไว้...ก่อนขึ้นดอยก็ขอคณะฯ
แวะเยี่ยมไปรอบหนึ่งแล้วนะ...คุณกั้ม จะต้องทำธุระที่เชียงใหม่อีก แป๊บนึง ก่อนจะตีรถ ผ่าง ๆ กลับแม่สายค่ำนี้...

มีสมาชิกหลายท่าน ได้รับการตรวจสอบระบบทางเดินอากาศ ทางเดินหายใจ ระบบขับเคลื่อน และ ระบบอื่นจาก "จานนูน" ทำให้การเดินทางด้วย วี.ลงจากดอย Smooth as silk กว่าตอนขาขึ้นเยอะเลย...มิน่าเล่า "จานนูน" หายหน้าไป สมาชิกชาวเวปต้องเรียกร้อง เรียนเชิญ กันระเบ็งเซ็งแซ่...เพิ่งรู้ความจริง หลายเรื่องใน Trip นี้ แล้วจะทะยอยเล่าให้ฟังก็แล้วกัน... เอาเป็นว่า ท่านรอบรู้ไปซะหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะ ใต้กระโปรง (รถยนต์ นะจ๊ะ Car Only) บนถนน ในนาข้าว บนอวกาศ สาระพัดเรื่องจริง ๆ ท่านใดได้คุยด้วยสักครั้ง จะลืมไม่ลง (แต่ไม่รู้ว่าถ้าเจอ ครั้งหน้า จะเป็นไงบ้างนะ)

สำหรับ "ป้าแมว" อ่านกระทู้เวลาโพส แซว คนโน้นคนนี้ สำนวนโวหารดีมีจังหวะจะโคน มีความละเอียดรอบคอบไปทุกกระเบียดนิ้ว ... เรื่องเล็กเรื่องน้อย ป้าแมว แกจะช่วยสอดส่องดูแลแก้ไข ตักเตือน (ไม่ได้ว่ากล่าว) เพื่อให้ข้อมูลถูกต้อง...นึกวาดภาพ ไว้ล่วงหน้า คุณป้าแมว คงจะอาวุโสสูงมากคนหนึ่ง ในบรรดาสมาชิก VFC. เพราะสังเกตดู มีหลายคนเกรงใจ...จะไปไหนมาไหนก็ไม่ลืมต้อง ถามถึง และฝากทำนั่นทำนี่อยู่เรื่อย....แสดงว่าแกต้องกว้างขวาง มีน้ำใจ..ดังนั้น คงจะต้องมีอายุมาก ใคร ๆ ก็เรียกขาน แต่ "ป้าแมว" ทั้งนั้น .... เอาละ น่าสรุปได้ว่า คงจะอายุใกล้ ๆ ห้าสิบ....โอ้ยโหย...เจอตัวจริง นึกว่า "ส้มเช้ง สามช่า" แอบหนีคิวมาเที่ยวเชียงใหม่ .ซะแล้ว...สวย สด หยดย้อย เหมือน สาวน้อยเพิ่งจบเป็นบัณฑิตใหม่ ๆ....เสียงก็หวาน แต่....มีคนแอบกระซิบว่า "ตาดุ"......

 
  น้ามดเขียว...เที่ยวนี้มานุ่มลึก สุขุม ขาวผ่องเป็นยองใย เป็นผู้ใหญ่เกินตัว...แต่หน้าตาเด็กมาก ถ้าไม่พาลูกชายคนแรกและคนเดียวมาด้วย จะไม่รู้เลยว่าผ่านการแต่งงานมาแล้ว....แถมยังมี แม่น้องจิน ตามมาคอยป้อนน้ำป้อนข้าวให้ด้วย.. .จะไม่มีใครแอบอิจฉาบ้างหรือ.. ไม่ทราบว่า เวลาอยู่คนเดียวจะสุขุม นุ่มลึก หนักแน่น แบบนี้หรือเปล่า น้อ...

น้องนัท..สาวน้อยที่สุด น้อยจริง ๆ ในทริปนี้ ..แต่ใจหายห่วง...เธอพร้อมที่จะลุยทุกที่ หากมีจัดอีก ทั้ง ๆ ที่ ทริปนี้คือทริปแรกของเธอ... ได้เพื่อนรักมาคอยบอกทางอย่าง น้องวา ด้วยแล้วไปไหนไปด้วย ตลอดทาง.....วี.๓ ดี.ของเธอ.. เป็น "Manual Hub" ในคณะเชียงใหม่ ไม่มีใครทราบข้อมูลอะไรมากไปกว่า...เวลา น้องจะเข้า 4 H หรือ 4 L น้องจะต้องจอดรถ... แล้วเปิดประตู ลงมาหมุน Hub ที่ดุมล้อทั้งสองข้างด้านหน้า ให้ไปอยู่ในตำแหน่ง Lock เท่านั้น ...อย่างอื่น ที่น้องถามต้องรอ "จานนูน" เท่านั้น....น้องนัท มีคำถามหลายข้อที่เตรียมจดใส่สมุดเล่มหนา มารอถามอย่างจดจ่อ.. ด้วยความมั่นใจว่า มาทริปนี้ต้องไม่เสียเที่ยว อย่างน้อยคงต้องมีอะไรติดรถกลับไปบ้างล่ะ....แล้วเป็นไง จ๊ะ คืนแรก "จานนูน" มาถึง สี่ทุ่มกว่าแล้ว นึกว่าจะหลับ ที่ใหนได้พอเสียงรถจอด...มีชายหนุ่มพาหญิงสาวคนหนึ่งมานั่งคุยกับชาวคณะที่หน้าเรือนนอนเท่านั้นแหละ.... เดินออกจากห้องมาเหมือน ฟ้ามาโปรด...หนูคอยฟังเสียงรถจอดมานานแล้วค่ะ...

น้านิจ เหรัญญิกของ ทริปนี้... ช่วยเหลือเกื้อกูลทุกเรื่องที่ร้องขอ...น้ำใจไหลหลั่งดั่งสายฝน ในฤดูทำนา เมื่อเอยเมื่อนั้น....จะหยิบจะฉวยอะไร ว่องไวไปหมด แถมมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ อย่างดีคนหนึ่งทีเดียว... สมาชิกท่านใด สนใจเกี่ยวกับ อดีต ของชนเผ่าต่าง ๆ ในโลก ลองหมุนไปถามน้านิจได้ รับรองข้อมูลเพียบ.. แถมมีบทสรุปอีกต่างหาก..น้านิจ มาพร้อมกับอาจารย์ที่เคยสอนวิชา เทคนิคการแพทย์..(ไม่รู้เกี่ยวกันหรือเปล่านะเนี่ย) เนื่องจากท่านอาจารย์ มีความชำนาญ ในรถ ซูซูกิ ทุกรุ่น....พวงกุญแจที่อาจารย์พกติดตัว มีทั้ง VITARA, ESTEEM & SPORTY แล้วยังงี้จะไม่เรียกว่า ครอบครัว SUZUKI ได้ไง... เพราะน้านิจ ยังไม่ค่อยมั่นใจ ในการใช้ 4 H, 4 L แล้วก็สำเร็จดังคาดหมาย...

คุณกั้ม ๐๕๙ ชายหนุ่ม ผู้มีความรัก...ใน ๓ ดี.เป็นชีวิตจิตใจ...ทุกชิ้น ตั้งแต่ตัวรถ จนถึงอุปกรณ์ตกแต่ง ๓ ดี.สีดำ คันนี้....เธอ บอกว่าสามารถเขียนเป็นหนังสือได้เป็นเล่ม (อาจวางขายแบบการ์ตูนเล่มละ ๑ บาทได้เลย) เพราะมีที่มาที่ไป ทั้งของเก่า ที่ติดรถมา และของใหม่ที่เปลี่ยนใส่เข้าไป...วงกระทะล้อ ๔ วง ที่ต้องรอคอยถึง ๔ เดือนทั้ง ๆ ที่โอนเงินไปแล้วแต่ไม่ได้ของ...รวมไปถึง ที่ปัดน้ำฝน "ไฟหน้า" ที่กำลังจะเตรียมติดตั้งเร็ว ๆ นี้.. .เธอมีความรัก ที่บริสุทธิ์ จริง ๆ เป็นความรัก ที่ใสสะอาด และสร้างความสุขเผื่อแผ่ไปให้...น้องสาวที่น่ารักที่บ้านด้วย...น่าอิจฉา เสียจริง..มาร่วมทริปครั้งนี้ "คุณกั้ม" บอกว่าถ้าไม่ได้มาจะเสียใจมาก เพราะตั้งใจจะพบ "จานนูน" ตั้งแต่เข้า เวป Chat กันเมื่อเกือบสามปีที่แล้ว..ได้ยินกิตติศัพท์มานาน ต้องขอเจอและปรึกษาปัญหา "ภายใน" ให้ได้....แล้ว เป็นไงล่ะ สมใจล่ะสิ... ยิ้มแก้มบานเป็นกะโล่เลย... กลับแม่สายเที่ยวนี้นอนหลับฝันหวานไป จนถึง Trip Nothern Meeting #2 แน่เลย....
 
 
ท่าน เวปมาสเตอร์ ของเรา..คุณยม ท่านเรียบง่าย และมีความนุ่มนวล...แบบว่า คนมีความสุข ก็จะเป็นแบบนี้แหละ..เมื่อเรารักอะไร และทำให้คนที่รักเรา..รักเหมือนกับเราได้...สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ "ข้าวสาร" ...เอ๊ะ แปลว่าอะไร? นี่...อ่านไม่รู้เรื่อง กล่าวคือ ข้าวสาร แปลว่าเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ ขวบกว่า (กว่าเท่าไรจำไม่ได้ จริง ๆ )น่ารัก น่าชัง ช่างพูด ไม่น่าเชื่อว่าขวบกว่าจะเดินเก่ง พูดเก่ง ตอบเก่งขนาดนี้...ไม่อ้อน ไม่กวน ไม่โยเย...ไปได้กับทุกคนที่รู้ใจ..พ่อน่ารัก แม่ก็น่ารัก แล้วลูกจะไม่น่ารักได้ไง...นี่คือคำตอบสุดท้าย....ขอบคุณท่านเวป ที่ให้เกียรติผู้จัด ทริปครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง..ที่มอบเสื้อ "อัศวิน" รุ่น ๑ แตกลายงาไว้เป็นที่ระลึก ผมจะเลือกใส่ในโอกาสที่เหมาะสม..และจะทนุถนอมไว้ให้ชาวสมาชิกได้ศึกษาว่า รุ่น ๑ พิมพ์นิยม เป็นยังไง?....ขอบคุณอย่างจริงใจครับ...


วันเสาร์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ก่อนวันฉัตรมงคล (วันที่ "ในหลวง" ขึ้นครองราชย์ ซึ่งจะครบ ๕๙ ปี ในวันที่ ๕ พค.นี้) สี่วัน พวกเราชาวคณะ VFC เชียงใหม่ ได้เดินทางไปรอ ณ จุดนัดพบปั๊มบางจาก สามแยกดอยสะเก็ด ก่อนจะเดินทางเข้าสู่ ศูนย์พัฒนาการศึกษาห้วยฮ่องไคร้ ตามที่ได้นัดหมายกันไว้ โดยมีคุณนิจ วี.๒๖๙ และอาจารย์ มารออยู่ก่อนแล้ว พร้อมด้วย น้องนัท วี.๓๘๓ และเพื่อนชื่อน้องวา ที่มีท่าทางหวาด ๆ ว่าจะไปไหวมั๊ยนะ..เพราะรถ ๓ ดี.ของหนูยังไม่เคยเข้า 4 H - 4 L กับเค้าเลย... แถมอะไรต่อมิอะไรที่จะต้องทำเวลา วิ่ง Off Road จะปรับจะทำตรงใหนบ้างก็ไม่รู้...พี่ ๆ ช่วยสอนหนูบ้างสิ...พี่ทุกคนที่นั่งอยู่ เริ่มมองหน้างง ๆ เอ ใครจะเป็นคนตอบล่ะ.. .เพราะอีกสองคันก็เป็น ๕ ดี.Auto แล้วเราจะรู้มั๊ยเนี่ยะ.... ก็เลยเฉไฉ ให้รอถาม อาจารย์มนูญ ตอนค่ำ-ดึก คืนนี้ เพราะแกจะมากับ "ป้าแมว" คาดว่าน่าจะถึงเวลาก่อนเที่ยงคืน...สักครู่ น้องตุ้ย วี.๑๗๗ ก็ขับ ๓ ดี.สีสวยสดเข้ามาจอด แวะรายงานตัว พร้อมทั้งหอบขนม น้ำขวดมาฝากให้ชาวคณะไว้ดื่มเวลาเดินทาง...น้องตุ้ย มาพร้อมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง.. มาถึงก็รีบแจ้งว่า...น่าเสียดายจังเลยค่ะ อยากจะไปด้วยจังเลยแต่ "คุณแม่" เป็นห่วง ถามว่าที่จะไปอยู่ไกลจากเชียงใหม่ มั๊ย หนูตอบว่าไม่ทราบค่ะ....เท่านั้นแหละ...อุ๊ย ถ้างั้นอย่าไปเลย แม่ว่าต้องไกลแน่เลย (ทั้ง ๆ ที่ของจริง ห้วยฮ่องไคร้ ออกจากเชียงใหม่ เพียง ๒๔ กม. และ ขุนวิน ห่างจากเชียงใหม่ เพียง ๖๕ กม.เท่านั้น) ถ้าตอบได้คงจะได้ไปแล้ว.....รถ ๓ ดี.สีสดสวยของเธอ มีจุดสะดุดตาสมาชิก นอกจากสีรถแล้ว ยังมีไฟท้ายที่แปลกตาและ ค่อนข้างจะอยู่ในยุค Digital จริง ๆ ถึงขนาดอาจารย์ฯ ของคุณนิจ ต้องเดินดูหลายรอบ "สวยดี แปลกดี หนูได้จากใหนมา ราคาเท่าไร" อาจารย์จะกวาดมาแจกสมาชิกคนละชุด.. .ผมจะรอครับ "จาร"
 
 
นั่งคุยกันท่ามกลางความระอุของปลายฤดูร้อน ที่หลังปั๊มบางจาก จนน้องตุ้ยกับเพื่อน ทนร้อนไม่ไหว ขอตัวกลัวก่อน...พวกเราสมาชิก ๓ คัน ๕ คน ก็นั่งดื่มแล้วก็คุยกันจนกระทั่ง ผมทนไม่ไหว ต้องลุกไปห้องน้ำหลายหน... นึกขึ้นมาได้ว่าเราจะรอจนถึงแค่ ห้าโมงครึ่ง ถ้าใครไม่มาก็จะเดินทางเข้าไปที่ ห้วยฮ่องไคร้ เพื่อจัดเตรียมสถานที่ และอาหารเย็น...คิดได้ก็เลยโทรหา คุณมดเขียว... ปรากฏว่าท่าน วมต.และคุณมดเขียว ซึ่งคลานตามกันมา ขณะนี้ถึงแยกศาลเด็กแล้ว ให้พวกเราเข้าห้วยฯ ไปเลย...และยังแถมอีกว่า มีสมาชิกใหม่ล่าสุด วี.๔๐๗ คุณสมชาย ยืนรออยู่หน้าห้วยฯ ตั้งแต่ สี่โมงเย็นแล้ว.....อ้าว แล้วผมจะไปรู้ได้ไง....ท่านเล่นไปก่อนผมมา นี่ครับ...

จากนั้นพวกเราก็เดินทางไป จุดนัดพบแห่งที่สอง เจอคุณสมชายและเพื่อนสาว ขาวผ่องนั่งยอง ๆ รออยู่ตรงป้าย ทางเข้าห้วยฯ พอดี เรานึกแล้วว่าต้องใช่ เพราะมี ทูโทน ๕ ดี.จอดอยู่หนึ่งคัน สวยเหมือนเพื่อนเจ้าของเปี๊ยบเลย... ผมจอดรถและชาวคณะก็ลงมาทักทาย ตามประสาคนเพิ่งรู้จักกัน....ผมรู้อยู่แล้ว ว่าต้องเป็นคุณสมชายแน่ เพราะมีอยู่คันเดียว... จากนั้นก็เดินทางเข้าที่พัก... น่าเสียดาย คุณสมชายรีบออกตัว หลังจอดรถและขนข้าวขนของ มากองไว้หน้าที่พัก "ผมคงไปร่วมทริปไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้เช้าจะต้องไปทำงานด่วน แต่จะฝากของไปมอบให้เด็ก และโรงเรียนบนดอย ๑ กองใหญ่" โอ้โห น้ำใจสมาชิกใหม่ท่านนี้ ไม่ใช่ลำห้วยครับ..เป็นแม่น้ำไนล์เลยทีเดียว กว้างขวางมากครับ..ขอสดุดี ทั้ง ๆ ที่ท่าน วมต.ยังไม่ได้อัฟเดทข้อมูล เลขสมาชิกลงในเวปเลยนะครับ ท่านอ่านข้อมูลการเดินทางของพวกเราว่าจะมีกิจกรรมอะไร ยังขอมีส่วนร่วมขนาดนี้ คราวหน้าคงต้องประสานงาน อย่างใกล้ชิดมากขึ้นแล้วครับ ท่าน เวปมาสเตอร์...

เราทำหน้าที่ของเจ้าบ้าน จัดห้องหับ ข้าวปลาอาหารเรียบร้อย เมื่อเวลาประมาณ ๑๘๓๐ น. ท่าน วมต.และคุณมดเขียว และคณะก็เดินทางมาถึงงงง..เอคโค่หน่อย.....แนะนำตัวกัน ทักทายกัน ดูรถดูรากัน....แล้วก็มานั่งคุยกัน จัดข้าวของ จัดห้องพัก แล้วนั่งทานดินเนอร์แบบชาวเมือง (ไม่ดั้งเดิมหรอกนะ) สมัยใหม่ อย่างพร้อมหน้ากัน...

เมื่ออิ่มหนำสำราญกันทั่วหน้า....ก็ถึงเวลาวิสาสะ ซึ่งเหลือแต่สุภาพบุรุษ เพราะสุภาพสตรีเข้าห้องอาบน้ำอาบฝักบัว (ไม่ใช่อาบท่าครับ ) เรื่องหลายเรื่องถูกนำออกมาตีแผ่... มีคำถาม คำตอบในหลายเรื่องที่สงสัยค้างคา ก็ออกมาพร่ำพรรณากันอย่างออกรสออกชาด... จนกระทั่งเกือบ สี่ทุ่มสิบห้านาที มีแสงไฟรถสองดวงสาดส่องมาที่บริเวณถนนหน้าที่พัก... ในเวลานี้ ยามวิกาลขนาดนี้ จะมีใครไปไม่ได้นอกจาก "จานนูน" และ "ป้าแมว" ของหลาน ๆ เดินทางมาถึง...

เมื่อ "จานนูน" และ "ป้าแมว" รายงานตัวต่อคณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... ก็เริ่มเสวนา สัพเพเหระ ด้วยมาดของนักวิชาการ ในรูปแบบของท่าน (สมาชิกที่คุ้นเคย ก็คงจะนึกภาพออกนะครับ...ว่าเป็นอย่างไร)... ใน ๕ นาทีแรกก็กระมิดกระเมี้ยน เพราะเพิ่งจะเดินทางมาถึงและยังไม่ได้ทานอาหารเย็น....ท่านนูนก็ดินเนอร์แบบชาวเหนือ โดยปั้นข้าวนึ่ง จิ้มพริกหนุ่ม และตามด้วย แคบหมูทั้งมีมัน และ ไร้มัน เป็นระยะ ๆ... ป้าแมว ก็เดินไปเดินมา สังเกตการณ์ไปรอบ ๆ แล้วก็ขนของเข้าห้อง No. 1 ที่ได้จัดเตรียมไว้... จากนั้นก็เดินมาร่วมวง... น้องนัทและน้องวาซึ่งนอนคอยและฟังเสียงรถมาตั้งแต่หัวค่ำ ก็เดินออกจากห้องมา แนะนำตัวและรับฟังเรื่องสัพเพเหระ อยู่สักพักหนึ่ง อดใจรอไม่ไหว เพราะมีคำถามค้างคาใจ มาตั้งแต่เย็นแล้ว... เริ่มยิงคำถามแรก..สอง...สาม และ สี่....จานนูน เริ่มมีเสียงที่เหมือนถูกบิด Volume ให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ

 
 
พวกเรา สมาชิก กทม. (เสียงส่วนใหญ่) ที่เหลือ ๓ และ เชียงใหม่ ๑ ยังนั่งสนทนาวิสาสะกันต่อเนื่อง...หลังจาก ป้าแมว น้องนัท และน้องวา ค่อย ๆ ลาจากราตรีสวัสดิ์กลับเข้าห้องกันไป... โดยมีสปอนเซอร์ น้ำอัดลม และ เครื่องดื่มป๋องเขียว อยู่เป็นเพื่อน... วาไรตี้ ของเรื่อง มีตั้งแต่ นาข้าว รถยนต์ สารชีวภาพ ก๊าซ ภาวะแวดล้อม และการเมือง เรื่อยเปื่อยขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ... ท่าน นูน ของพวกเราสามารถนำพาวาระไปได้ทุกเรื่อง... วมต.และ คุณมดเขียว คงจะเคยได้ฟังได้ยินมามากแล้ว ท่านก็หาว...หาว....กันคนละสองครั้ง เท่า ๆ กัน อาจจะกลัวว่า ถ้า "หาว" อีกครั้งจะถูกต่อว่า เป็นคนไม่ดี พูดจาไม่สุภาพ...เราหยุดคุย หยุดพูด กันเมื่อเวลาประมาณ สองยามกว่าไปนิด ๆ เพื่อเตรียมตัวสำหรับโปรแกรมเช้าพรุ่งนี้...


วันอาทิตย์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๗
ชาวคณะตื่นมา พร้อม ๆ กันหลังจากแอร์ปิด และ Heater เริ่มทำงาน... หลังจากผมได้ออกไปเตรียมอาหารเช้า... จานนูน และ ลูกมือ ก็เริ่มนำอุปกรณ์ชงกาแฟอันเลื่องชื่อลือชาออกมาเปิดบริการ... เราได้จัดการมื้อเช้าเรียบร้อย จัดการกับที่นอน เข้าของต่าง ๆ จัดเก็บเข้ารถ พร้อมที่จะเดินทางเข้าโปรแกรมเมื่อเวลาเกือบ เก้าโมงเช้า....

.เมื่อไปถึง อาคารเอนกประสงค์ คุณเกศรินทร์ เจ้าหน้าที่โครงการ ซึ่งจะเป็นวิทยากรให้กับพวกเรา (ต้องขอขอบพระคุณ ท่าน ผอ.ประดับ กลัดเข็มเพ็ชร์ ที่ได้อำนวยความสะดวก) ได้เริ่มบรรยาย ความเป็นไป และเป็นมาของ "ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ซึ่งสมาชิกทุกคน ทั้งเด็ก คนหนุ่ม คนสาว คนเฒ่า คนแก่ รวมแล้ว ๑๖ คน ตั้งหน้าตั้งตา รับฟังอย่างดี... การบรรยาย ประกอบวีดีทัศน์ ได้แสดงให้เห็นว่าพระอัฉริยะภาพ ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านมีสูงส่งมาก และพระองค์ท่านได้ทรงงานหนักตลอดเวลา ๕๙ ปี แห่งการครองราชย์... โครงการต่าง ๆ ของพระองค์ มีจำนวนมากมายมหาศาล ประโยชน์ที่จะได้จากโครงการเหล่านั้น พระองค์ท่านทรงมอบให้กับ พสกนิกรของพระองค์ โดยไม่คิดมูลค่าใด ๆ สักบาทเดียว....ประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่อาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ควรจะตระหนักและร่วมไม้ร่วมมือกัน ผลักดันสนับสนุน บำรุงรักษา โครงการตามพระราชดำริ และสดับตรับฟัง พระบรมราโชวาทที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้ และนำไปคิด นำไปใช้ ให้สอดคล้องกับการครองชีวิต ในสังคมปัจจุบัน... และสืบทอดส่งต่อให้ลูกหลาน ได้นำไปใช้เป็นแบบอย่าง เพื่อความผาสุข ตลอดไปจนชั่วกาลนาน... ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...

 
  หลังจากได้รับชมและรับฟังบรรยายเรียบร้อยแล้ว...วิทยากร ได้จัดขบวนรถเพื่อเดินทางไปยัง สถานที่ทรงงานและตัวอย่าง ของโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ โดยใช้เวลานำชม ประกอบการบรรยายเป็นระยะ... เช่น งานสร้างฝายชะลอน้ำไหล (บังคับให้น้ำที่ไหล จากที่สูงลงที่ต่ำ ไหลช้าลง และสร้างความชุ่มชื้นให้กับดินรอบ ๆ ลำห้วย) หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ฝายแม้ว" (ไม่ใช่ฝายนายกฯ นะครับ แต่เป็นฝายที่ชาวเขาเผ่าม้ง หรือ แม้ว จัดทำกันขึ้นมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ โดยใช้วัสดุ ที่มีรอบ ๆ ลำห้วยธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ ไม้ยืนต้นที่ล้มเอง ก้อนหิน เศษดินทราย ดินเหนียว และกิ่งไม้ นำมาสุมกอง กั้นแนวน้ำไหล เพื่อให้น้ำไหลช้าลงและเก็บกักน้ำบางส่วน ให้พื้นที่บริเวณนั้นมีน้ำไหลซึมออกข้าง ๆ หล่อเลี้ยงความชุ่มชื้น ให้กับดิน)... เป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่พระองค์ท่าน มีพระราชประสงค์ให้คนไทยทั้งประเทศ ช่วยกันทำ ช่วยกันดูแลรักษา เพื่อสร้างดินและป่า ให้กลับมามีความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิมและยั่งยืน...

จากนั้นได้เดินทางไปชมการเพาะเลี้ยงกบ บูลฟอกซ์ ซึ่งตัวใหญ่มาก ขนาด ๒-๓ ตัว/๑ กก. ไปชมแปลงสาธิต การเพาะเห็ดชนิดต่าง ๆ กรรมวิธีการทำทุกขั้นตอน และอื่น ๆ อีกมากมาย... คุณเกศรินทร์ ได้แจ้งกับคณะ ของเราทราบว่า การเดินทางเข้าเยี่ยมชม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ หากจะดูงานให้ครบทุกหน่วย จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๒ วัน สำหรับวันนี้ ที่คณะของเราได้ใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ เกือบสามชั่วโมง คงได้อะไรกลับไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น... หากวันหน้ามีเวลามาก ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งทางศูนย์ฯ จะจัด Camping Sight Seeing ๓ วัน ๒ คืน ซึ่งจะมีโปรแกรมแจ้งให้ทราบ ในโอกาสต่อไป... เป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ หากสมาชิกสนใจติดต่อสอบถามได้ครับ... เราได้ขอบคุณ และร่ำลาศูนย์ศึกษา การพัฒนา เมื่อเวลาประมาณ ๑๒๑๕ น. และออกเดินทางต่อไปยัง ที่หมายที่สอง "หน่วยรักษาป่า ขุนวิน และ วัดหลวงขุนวิน" อ.แม่วาง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า ๓-๔ ชั่วโมง...

เนื่องจากเวลาที่เราใช้ช่วงเช้ายาวกว่าที่กำหนดไว้เกือบ ๑ ชม. ทำให้ตารางอาหารเที่ยง "ข้าวซอย สันป่าตอง" จึงต้องเป็น....Fast Food Lotus แทน... รวมถึงการจ่ายข้าวของ เพื่อสำรองไว้ มื้อเย็นและเช้าด้วย... ขบวนมุ่งหน้าไป อ.แม่วาง ซึ่งระยะทางจากจุดกลางวันประมาณ ๔๐ กม. ขึ้นไปวัดหลวงฯ อีก ๕.๕ กม. และ หน่วยจัดการป่าไม้ขุนวินอีก ๖ กม. รวมทั้งสิ้น ๕๑.๕ กม...

เส้นทางจาก หางดง-สันป่าตอง เป็นถนนคอนกรีต ผสมแอสฟัลต์ บางช่วงวิ่งสวนกัน บางช่วงวิ่งคนละทางสลับกัน... เราวิ่งจัดแถวกันมาตลอด จนกระทั่งติดไฟแดงสองแยก ต้องจอดรถรอกัน... ไม่งั้นขบวนหลุดแน่ ๆ เราแวะซื้อน้ำแข็งที่บ้านกาด และ วิ่งบนแอสฟัลต์ ผ่านหมู่บ้าน...ไต่ไหล่เขา เลียบลำน้ำแม่วาง... ร้านค้าและ บริการขี่ช้างล่องแพ ของชาวบ้านแถวนั้น... จนกระทั่งในที่สุด... ก็หมดระยะถนนดำ เมื่อเวลาประมาณ ๑๕๑๕ น.... ขบวน ได้เลี้ยวขวาที่บ้านแม่วิน เพื่อ OFF ROAD สู่เส้นทาง 4 L และร่องน้ำที่ฝนเพิ่งตกไปได้วันสองวัน....ไกลขึ้นไปอีก ๑๑.๕ กม.

 
  ขบวนรถวิ่งบนถนนดินแดง บดอัดแน่น มีร่องน้ำบ้างเล็กน้อย.. น้องนัท และน้องวา ตามติด "เขียวส่อง" มาตลอดตั้งแต่ออกจาก โลตัส... เนื่องจาก ยังไม่ได้ทดลองเปลี่ยน Manual Hub ด้วยตัวเอง... หลังจากฟัง จานนูน เมื่อคืนแล้วมิได้มีการสาธิต... ดังนั้น ใจคอยังไม่ค่อยดีนัก "ตามหลังผู้ใหญ่ไว้ก่อนดีกว่า" น้องนัทคิดอย่างนั้น (หรือผมคิดเองไม่รู้)... ตามมาด้วย ทูโทนสีทอง ของ น้านิจและอาจารย์ ที่คอยประกบหลังน้องนัทอีกแรงหนึ่งเผื่อหลุดแถว...มาดขับเคลื่อนของทูโทนคันนี้ ไม่ใช่เล่น... เนื่องจากอาจารย์รอบรู้จิตใจของรถตระกูล ซูฯ ดีมากจึงไม่มีปัญหาอะไร..คุณกั้ม แม่สาย ไม่ต้องพูดถึง... ไปได้เรื่อย ๆ สบายมากเพราะคุ้นเคยกับรถดีมากอยู่แล้ว... ตามด้วย ท่าน วมต. คุณมดเขียว ปิดท้ายขบวนคือ จานนูนกับป้าแมว...

เราค่อย ๆ คลานตามกันไปมา บนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน... บางช่วงอาจมีชาวเขา ชาวเรา ออกมายืนดูด้วยความสงสัย... ผ่านปางช้างใหม่... และมีกองขยะของช้างหล่นเป็นรายทางตลอด ผสมผสานกับหินลอยและร่องน้ำประปราย... มีฝุ่น มีเนินเล็กให้ลองเล่นบ้าง... วิวสองข้างทางก็จะเป็นทุ่งนา สลับกับสวนลิ้นจี่ สวนลำไย และคาราวานวัว ควาย ที่ปล่อยเล็มหญ้าตามธรรมชาติ...

เราใช้เวลาผ่านหมู่บ้าน จนกระทั่งถึงโรงเรียน ซึ่งเป็นทางราบสุดท้ายก่อนจะขึ้น วัดหลวงขุนวิน... ทั้งหมดจอดรถ เพื่อเตรียมพร้อม ทั้งกายและใจ ทั้งรถ....ถ่ายรูป เป็นธรรมเนียมทุกครั้ง ที่รถจอด... ป้าแมว... เหมือนจะมีคำฝากจากหลาน ๆ ก้องอยู่ในหูตลอดเวลา... ทุกทีไป เธอจะต้องวิ่งลงมา (เพราะเธอเป็นผู้โดยสาร ไม่ได้ขับ) อย่างรวดเร็ว กดชัตเตอร์ กด...กด...กด.. กล้องของเธอ บวกฝีมือของเธอ บวกสภาพแวดล้อม และหลาย ๆ อย่างที่ผ่านตาของเธอ ...ออกมาดีทุกภาพ...โปรดสังเกต ใน Web board หลายภาพที่เธอส่งมาสวย ๆ ทั้งนั้น...
เรากดชัตเตอร์กันครบทุกคัน ทุกคนแล้ว ก็เริ่มเคลื่อนขบวนด้วย 4 L โดย น้องนัท และน้องวา รับฟังคำแนะนำ... และไม่ลืมปรับล้อตรง หมุนฮับล้อหน้า จาก จานนูน อีกครั้ง....เธอมีสีหน้ามั่นใจอย่างมาก มากกว่าฟังอย่างเดียว..

ขบวนรถ VFC. ค่อย ๆ คืบ ค่อยคลานขึ้นดอยขุนวิน อย่างเป็นระเบียบ... เรียบร้อยมาก... เพราะเป็นเส้นทาง เลนเดี่ยว ขวาเป็นดอย ซ้ายเป็นหุบเหว ผ่านป่าแห้ง ป่าเปียก.. ป่าเหลืองแห้ง ป่าเขียว ลำธารบ้าง... และมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง... เราไต่สันดอย เลาะขอบดอย ผ่านหุบเหว ส่วนใหญ่จะลึกมากกว่า ๒๐๐ เมตร เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ตกหลุมตกร่องกัน ชั่วโมงกว่าก็มาถึงสามแยก "วัดหลวงขุนวิน" ขวามือ และ "หน่วยจัดการป่าไม้ขุนวิน" ซ้ายมือ.....ผมรีบเลี้ยวขวาทันที เพราะเรามีเวลาเหลือน้อยก่อนจะค่ำ เดี๋ยวจะทำอาหารเย็นไม่ทัน.กลัวคณะจะหิว เมื่อถึงที่พัก...
 
  เกือบลืมว่า บนสันดอยระหว่างทางก่อนถึง สามแยกเข้าวัดดอยหลวงฯ... พวกเราจอดรถเพื่อบันทึกภาพ พักรถ และชมวิว..ณ จุดนี้ ในเวลานั้น เราได้มองเห็นเทือกดอยอินทนนท์ อยู่ด้านซ้ายมือของพวกเรา.. สภาพทางเป็นร่องน้ำขาลง สองฝั่งถนนเป็นหุบเหวลึก ประมาณไม่ถูกว่าสูงเท่าไร แต่ทราบจาก จนท.ป่าไม้ ว่าบริเวณนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า ๑ พันเมตร...
ตัดภาพกลับมาที่ทางเข้าวัด.. ประตูวัดเป็นไม้ไผ่สี่ท่อนยาว ๕ เมตร สอดไว้กับเสา แบบสไลด์ขวา เวลาเปิด-ปิดก็เลื่อนไปและเลื่อนมา ป้องกันวัวควายชาวบ้านเข้าไปบุกรุก... คนเปิดคือหัวแถว คนปิดคือคันสุดท้าย... เราไปจอดรถแล้วสำรวจบริเวณ จัดเตรียมสังฆทานเพื่อถวายพระ... สักครู่ มีแม่ชี มาเคาะระฆัง เป็นสัญญลักษณ์ว่า มีญาติโยมมาทำบุญ (เป็นสัญญาณ นิมนต์พระ ซึ่งท่านปฏิบัติธรรมอยู่บนกุฏิ) เมื่อพิธีการเรียบร้อย รับศีลรับพรกันถ้วนหน้าแล้ว ก็ชักรูปหน้าวิหารไว้เป็นที่ระลึก...

วัดหลวงขุนวินแห่งนี้ ทราบมาว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของ จ.เชียงใหม่.. อายุมากกว่าเมืองเชียงใหม่กว่า ๕๐๐ ปี (ประมาณ ๑,๒๐๐ ปี) เชียงใหม่เพิ่งจะทำบุญเมืองครบ ๗๐๐ ปีไปเมื่อไม่นานนี้เอง... ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กำหนดไว้เหมือนกันนะ... เค้าว่ามาเราก็บอกต่อก็แล้วกัน..มีชาวพุทธไม่มากที่ได้ขึ้นมาชมและสำรวจที่นี่ เพราะเส้นทางขึ้น-ลง สะดวกเฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น... ผมเคยคุยกับท่านเจ้าอาวาส ทราบว่า ภัตตาหารของพระที่วัดนี้ จะสะสมและเก็บไว้ฉันตลอดปี (ดีว่าท่านฉันมื้อเดียว) ลองนึกดูว่าหนึ่งปี ๓๖๕ วัน พวกชาวเรากินข้าววันละ ๓ มื้อ บางคน ๔ มื้อ หากจะแบ่งไปถวายวัดบ้างสักมื้อสองมื้อ คงจะได้บุญกุศลมหาศาล... เพราะส่วนที่เรากินมากกว่าพระฉัน อีก ๒-๓ มื้อนั้น... ท่านฉันได้อีก สองถึงสามปีทีเดียวนะครับ...

เราเดินทางออกจากวัดเมื่อเวลาประมาณ ๕ โมงเย็นกว่า ๆ... ยังต้องใช้ 4 L อยู่นะครับ... วิ่งบนสันดอย ผ่านป่าไม้ซึ่งต้นสูงใหญ่ตลอดทาง มีไหล่ดอย และหุบเหวลึกเหมือนเดิม... ช่วงทางนี้ จะวิ่งฝั่งขวาของดอย มองเห็นเทือกดอยสุเทพ-ปุย และหุบเขา อ.สะเมิง อยู่ด้านหน้า... ตลอด ๒ ชั่วโมงกว่าที่ผ่านมา รถคณะเราวิ่งเหมือนลอยฟ้า (สูงกว่าทางด่วนกรุงเทพฯ เป็น สี่ห้าร้อยเท่า) แล้วก็มาถึงที่ทำการรักษาป่า ขุนวิน เมื่อเวลาประมาณ เกือบหกโมงเย็น... จัดแจงเรื่องห้อง... โดยความกรุณาของ หัวหน้าสว่าง... ซึ่งท่านไปราชการที่เกาะล้าน ยังอุตส่าห์เป็นห่วงโทรมาถามว่าห้องที่เตรียมให้พอหรือไม่...โดย จนท.เงิน ได้ประสานงานให้พวกเรา... และแล้ว ท่านก็กรุณาเปิดบ้านรับรองส่วนตัวของท่านให้พวกเราเพิ่มอีกหนึ่งหลัง... ต้องขอขอบคุณท่านหัวหน้าไว้อีกครั้งนะครับ... ที่พักน่ารักมาก... กระทัดรัด และอบอุ่น... หากมาฤดูหนาว จะได้วิ่งจับปุยเมฆ และนอนนับดาว ฟังเสียงป่า... ผมคิดว่าความรู้สึกตอนนั้นคงบรรยายไม่ได้ละเอียดเท่า มาเอง...

อาหารเย็นพร้อม เมนูเป็นไปอย่างเรียบง่าย ไข่เจียวหมูสับ ไก่ทอดหนังกรอบ เนื้อผัดน้ำมันหอย ผัดผักกวางตุ้งติ้งหมูกรอบ ข้าวสวยร้อน ๆ... เนื่องจากบนหน่วยงานมีเครื่องครัวและอุปกรณ์ครบ... จึงทำให้อาหารค่ำวันนี้สนุกสนานปากมาก... ประกอบกับ แอร์คอนดีชั่น ทำงานเร็วกว่าที่ ห้วยฮ่องไคร้ (ที่โน่นเปิดแอร์ได้เวลาสี่ทุ่มไปแล้ว..) แต่ที่นี่ห้าโมงเย็นเครื่องทำงานอัติโนมัต...

 
อาหารเย็น ผ่านไป ทุกคนก็กระจัดกระจายไปสำรวจพิ้นที่รอบ ๆ... อากาศเริ่มเย็นลง ประมาณว่าระดับ ๒๐-๒๑ องศา ซี... คงเหลือสุภาพบุรุษเหมือนเดิม... วันนี้ จานนูน หยิบองุ่นบรรจุขวด ออกมา พร้อมบรรยายสรรพคุณและที่มา.. ก่อนจะบรรจงเปิดจุกก๊อก เทใส่แก้วเวียนแจกสมาชิก...โดยมี คุณกั้ม นั่งประกบด้านข้าง... พร้อมกระติกน้ำแข็งแช่ LEO ไว้เป็นโหล... เราเปิดวงเสวนาไปสักพัก ท่าน วมต.แบกกระเป๋าน้ำแข็งตามมาสมทบ... ผม คุณมดเขียว คุณกั้ม จานนูน วมต.ชุดเดิม ซึ่งก็มีอยู่ชุดเดียวนี่ครับ... วันนี้มาแปลก จานนูน ท่านเทดื่ม เทดื่ม อยู่แก้วเดียวแท้ ๆ แต่ขอตัวไปอาบน้ำเร็วกว่าเมื่อคืนวานมาก... (เหมือนจะรู้ว่า พรุ่งนี้เช้าต้องมีงานหนักมาก เลยขอตัวทุกคน ราตรีสวัสดิ์เป็นคนแรก)
จากนั้น จนท.เงิน ผู้ประสานงานป่าไม้ แทนหัวหน้าสว่าง ก็มาร่วมวงด้วย ท่านเป็นกระเหรี่ยง ที่ทำงานอยู่กับ หน่วยงานนี้มากว่า ๑๕ ปีแล้ว พูดไทยชัดแจ๋ว และรอบรู้พื้นที่ป่าแถบนี้ดี..

เราคุยกัน ในเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับป่า และสภาพความเป็นอยู่บนดอย.จนกระทั่ง ไวน์หมด เหลือแต่เบียร์ ท่าน วมต.ก็ขอลา... คุณมดเขียว คุณกั้ม และ ผมนั่งกับคุณเงิน คุยกันไปมาจนสองยาม... ก็แยกย้ายไปนอน... คืนนี้ ผมกับคุณกั้ม ขอนอนเต้นท์คนละหลังบน Turrace อาคารเอนกประสงค์นี่แหละครับ จะได้สัมผัสกลิ่นไอป่า และปุยเมฆ อย่างเต็มที่... และก็ได้ดังคิดเหมือนกันครับ... ก่อนเข้านอน คุณมดเขียวไปดูอุณหภูมิที่ตู้วัด ประมาณ ๑๘-๒๐ องศา ซี.ต่ำกว่าตอนหัวค่ำเล็กน้อย ... จนกระทั่งเช้า ปุยเมฆ ยังลอยป้วนเปี้ยนอยู่ตรงนั้น จนกระทั่ง คณะตื่นขึ้นมาพร้อมหน้า...
วันจันทร์ที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๔๗
ชาวคณะตื่นขึ้นมาก็มี ข้าวต้มหมูเด้ง พร้อมกาแฟ จานนูน รอพร้อมแล้ว... หมุนเวียนกันตัก และนั่งชมวิวทิวทัศน์ ที่เรือนเอนกประสงค์ เดินกันไปมา... สูดอากาศ บริสุทธิ์ สดชื่น เหมือนกับได้อยู่บนฟ้า อุณหภูมิคาดหมายนะครับ... ไม่ได้เดินไปดูที่ตู้ ประมาณ ๑๙-๒๑ องศา ซี. กำลังสบาย... จากนั้น จานนูน ก็หยิบกล่องเครื่องมือ ออกมา.. เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ถึงเวลาทำหน้าที่ "หมอรถ" หลังจากที่ คุณกั้ม นอนนับดาวเมื่อคืนได้หลายร้อยดวง... น้องนัท ก็เปิดกระโปรงรถรอตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์แล้ว... ส่วน "น้านิจ" เป็นรถใหม่ อายุยังไม่ถึงปี ขอบาย... เจ้าเขียวส่อง.ของผมถ้ามีหมอมาตรวจซักหน่อยก็ดี..เพราะหลัง ๆ มานี้ชอบเป็นหวัด ก่อนขึ้นมาก็หม้อน้ำรั่ว... ยางรั่ว...ไฟเดินไม่สะดวก..ขอเข้าคิวด้วยก็แล้วกัน...

จานนูน เริ่มต้นบรรยาย พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างคล่องแคล่ว และมีจังหวะจะโคน... หยิบนั่น จับนี่ โดยมีน้องจิน.. เป็นลูกมือ และคอยเตือนหมอว่า ตรงนั้นยังไม่ได้จับ ตรงนี้ยังไม่ได้ดู ฯลฯ... ถึงรู้ว่า น้องจิน มีโอกาสได้เป็นหมอรถประจำ VFC ในอนาคตแน่... ถ้าพ่อไม่ดึงไปเป็นหมอความซะก่อน... รู้สึกว่า วี.๐๕๙ จะมีความสุขอย่างออกหน้าออกตา... เพราะสมใจนึกบางลำพูบนจริง ๆ ที่ตรวจพบหลายอย่าง ที่จะต้องลงไปทำที่แม่สายเพิ่ม.. หรืออาจเป็นเชียงใหม่นี่แหละ...

 
เราใช้เวลาไปได้สักพัก ทางเจ้าหน้าที่ได้มาแจ้งว่า เด็ก ๆ ชาวเขาพร้อม นานแล้ว (มารวมตัวรอกันตั้งแต่ เจ็ดโมงครึ่ง) กำลังมีอาการหงุดหงิด... เอ๊ะ ทำไม เอาของออกมากองไว้เป็นภูเขา ยังไม่ยอมแจกสักที... ก็เลยจำเป็นต้อง ตัดภาพไปที่หน้าสำนักงาน... จัดคิวข้าวของ เครื่องกีฬา และเสื้อผ้า ให้คณะสมาชิก ช่วยกันคนละไม้คนละสองมือ...หยิบนั่นจับนี่ แจก แจก แจกกันเต็มที่ และชักภาพเป็นพยาน ว่าได้มาทำประโยชน์ให้ชุมชนนี้จริง...

 


ทุกคนได้ทำหน้าที่กันครบถ้วน... รถสามคัน ที่ผ่านการ Check Up จาก จานนูน แล้ว ก็เตรียมพร้อมจะเดินทาง... เราก็เคลื่อนขบวนออกจาก หน่วยรักษาป่าขุนวิน เมื่อเวลาประมาณ ๑๐๓๐ น. อากาศยังไม่ร้อน และมีลมพัดเย็นสบาย...ทิ้งความทรงจำไว้เบื้องหลัง เคลื่อนผ่านหมู่บ้าน ลงสู่อำเภอสะเมิง... เส้นทาง ขาลง เป็นทางดิน ปนหินลอย และลงอย่างเดียว แบบหัวทิ่ม... บางช่วงบางตอน เป็นโค้งหักศอก.. แถมศอกงอคล้ายหมัดฮุกด้วย (หมายความว่า ถ้าวงเลี้ยวไม่พอ ก็เลยตกเหวไปเลย) มีอยู่สองช่วง ซึ่งอันตรายมาก.. ทุกคันผ่านมาด้วยดี แบบสวยงาม... ขนาดน้องนัท "นี่หนูยังไม่เคยใช้เลยนะ สี่โลว์ ได้มีโอกาสใช้ก็คราวนี้แหละ มันมากค่ะ ขอไปอีกคราวหน้าถ้ามี"... ดังนั้นสมาชิกใหม่ ที่คิดว่า กล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ต้องคิดหรอกครับ คราวหน้าถ้ามีกิจกรรม ขอให้ไปลองสักครั้ง แล้วจะติดใจ.. .ท่านจะได้รับรู้อีกรูปแบบหนึ่งของการใช้รถ และใช้ชีวิตในที่ ที่หลายคนไม่มีโอกาสไป...เปิดโลกกว้าง และสร้างบรรยากาศให้จิตใจผ่อนคลาย... ท่านจะมีความสุขกว่าการใช้รถเพียงในเมือง บนทางเรียบสีดำเท่านั้น... จะรู้สึกว่าชีวิตเรา และชีวิตรถ มีคุณค่าขึ้นอีกมากเลย... ผมสาบาน นั่นคือความจริง...

 


เราจอดรถที่สะพานข้ามห้วยขนาดใหญ่... ซึ่งเป็นจุดพักผ่อนของชาวสะเมิง และพักรถของชาวเขาก่อนจะขึ้นดอย... แล้วก็มุ่งหน้าเข้าเมืองสะเมิง... ถึงตลาด เลี้ยวขวาเพื่อแวะทานอาหารกลางวันกัน ที่นี่... อากาศเริ่มร้อน ที่ร้านนี้ดี มีสปริงเกอร์เปิดน้ำบนหลังคาร้าน เพื่อลดความร้อนให้กับตัวเอง และลูกค้า... เราทานก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ และอาหารตามสั่ง จนครบถ้วนแล้ว ก็ถึงเวลาต้องจัดวางเส้นทางเพื่อแยกย้ายกันกลับ...โดยน้องนัท กับน้องวา เป็นคันแรกขอตัวกลับก่อน เพราะเจ้านายโทรมา... ตามด้วย คุณมดเขียว จะพาครอบครัวไปซื้อไผ่ให้ แพนด้า ที่สวนสัตว์เชียงใหม่... ท่าน วมต.จะเดินทางต่อไปดอยอินทนนท์... คุณมนูญ และป้าแมว จะไปแวะทานอาหารเย็นกับเพื่อนที่ สุโขทัย... คุณกั้มจะแวะทำงานต่อที่เชียงใหม่ แล้วจึงจะกลับแม่สายคืนนี้... คุณนิจและอาจารย์ จะต้องรีบกลับบ้านไปดูหลาน..ส่วนผมจะขอไปนอน และเตรียมประชุม.. รวมทั้ง ปั่นต้นฉบับปิดทริปให้ท่าน วมต... ทุกคันแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง... ผม พร้อมคุณมนูญ ป้าแมว ท่าน วมต. และคุณกั้ม ขับตามกันมา อ้อ... มี คุณนิจและอาจารย์ ออกมาเส้นทางเดียวกันจะไปออก ทางแยกแม่เหียะ อ.หางดง... ส่วนคุณมดเขียว วิ่งเข้าทาง แม่ริม เพื่อไปเส้นทางดอยสุเทพ (สวนสัตว์เชียงใหม่อยู่เชิงดอยสุเทพพอดี)... ณ เวลาประมาณ ๑๓๓๐ น... Trip Northern Meeting #1 ก็ปิดลงอย่างเรียบร้อย สองวันสองคืนเต็ม... เราคงจะได้มีโอกาสจัดครั้งที่ ๒ และจำนวนสมาชิกคงจะมากขึ้นกว่าครั้งนี้... สิ่งอำนวยความสะดวกและรูปแบบคงจะดีกว่าครั้งนี้... อะไรต่อมิอะไรที่ขาดไปคราวหน้าคงจะมีมาเสริมเพิ่มเติมมากขึ้น ดูดี และรู้สึกดีกว่าครั้งนี้...แน่นอน...ครั้งต่อไป เราจะขึ้นเหนือสุดยอดเมืองสยาม....ใช่ครับ "จั ง ห วั ด เ ชี ย ง ราย".........สวัสดี......