ลมหนาว พัดจาก ที-ลอ-ซู

การเดินทางสู่ อุ้มผาง - อช.แม่วงก์ - นํ้าตกคลองลาน

 
  ปลายทางที่ ทีลอซู
เช้ามืดของวันที่ 26 ธ.ค. 2544 ผมและเนฯส่วนตัว เริ่มออกเดินทาง จากบ้านด้วยความเบิกบานใจ หลังจากที่วางแผนกันมานานว่าจะไปเที่ยวกันตอนสิ้นปี
จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้คือ"นํ้าตกทีลอซู" อ.อุ้มผาง จ.ตาก เพราะจากกิตติศัพท์ที่ได้ยินมาว่า มันเป็นนํ้าตกที่ยิ่งใหญ่และสวยงามมาก แม้ว่าหนทาง
ที่จะเข้าไปนั้น ค่อนข้างจะลำบากก็ตาม
 
เราเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกซ้ายที่วังน้อย
เข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้า
ทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งผ่านเข้าจังหวัดกำแพงเพชร

การเดินทางในช่วงแรกบนถนน highway ค่อนข้างสบาย ถนนโล่งเพราะเป็นวัน ธรรมดา ทำความเร็วได้เท่าที่จะสามารถ แต่สำหรับผมแค่ 110-120 กม./ชม.
ก็เพียงพอสำหรับการขับแบบสบายๆ ได้ชมทิวทัศน์ข้างทางและก็ไม่ถึงที่หมาย
ช้าเกินไปนัก

ถึงจังหวัดตากใช้เส้นทางไปแม่สอด ทางช่วงนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่
เพิ่มขึ้นเพราะเป็นทางขึ้นเขา-ลงเขา โค้งซ้าย-ขวาตลอดเส้นทาง


เนี่ยะ...เพื่อนผม
 

พิชิต 1,219 โค้ง
จากสี่แยก แม่สอด,อุ้มผาง,แม่ระมาด เลี้ยวซ้ายจะเป็นเส้นทางไปอุ้มผาง ช่วงแรกนี้ถนนลาดยางรถวิ่งสวน ควรเติมนํ้ามันให้เติมถัง เพราะว่าช่วงถัดจากนี้ไป
จนถึงอุ้มผาง ไม่มีปั้มแล้วหล่ะ :( ขับเพลินๆมาสักครู่เจอด่านตรวจ นั่นแสดงว่าเริ่มเข้าเส้นทางที่ถูกขนาน นามว่าเป็น"ถนนลอยฟ้า"แล้ว

เป็นถนนลาดยางตัดผ่านยอดเขาสูงชัน แคบคดเคี้ยว ไม่สามารถที่จะทำ ความเร็วได้ จะต้องพยายามขับชิดซ้ายรักษาช่องทางของตัวเอง และมีถนนหลายช่วงที่ถูก
น้ำเซาะ ไหล่ทางถล่ม ต้องชะลอความเร็ว และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่มากเป็นพิเศษ ทัศนียภาพสองข้างทางของถนนลอยฟ้ามีความสวยงามไปเกือบตลอด
เส้นทาง ทำให้ผมเพลิดเพลินไปกับการขับรถแต่ก็คิดอยู่ในใจว่า เมื่อไหร่ มันจะสิ้นสุดถนนสายนี้ซะที(ว๊ะ)

 


เส้นทางนี้ ไปทีลอซู
  ลุยต่อ ไปทีลอซู
ถนนสายแม่สอด-อุ้มผางนี้มีระยะทางเพียง 146 กิโลเมตร แต่ต้องใช้ เวลาขับถึง 3
ชั่วโมงกว่าทีเดียว กว่าจะถึงตัวอำเภออุ้มผาง ซึ่งเป็น อำเภอเล็กๆที่เงียบสงบ

มองดูเวลาก็ บ่าย 3 โมงแล้ว คงไม่มีเวลาให้หยุดพัก เพราะสอบถามจาก เจ้าหน้าที่
ถึงเวลาที่ใช้ในการเดินทางเข้าทีลอซูแล้ว ได้คำตอบว่าประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
เราจึงรีบทำเรื่องขอเข้าทีลอซู และเดินทางต่อทันทีทั้งที่ ไม่ได้หยุดพักรับประทาน
อาหารมาตลอดวัน

(แผนที่บอกจุดที่ทำเรื่องขอเข้าทีลอซูและทางเข้าทีลอซู คลิ๊กที่นี่)

ปากทางเข้าทีลอซูมีปั้มนํ้ามัน(ปั้มสุดท้าย) แวะเติมให้อุ่นใจไว้ก่อนก็ดีนะ :)
ขับบนถนนดำมาสักครู่ ก็เจอด่านตรวจแรก ซึ่งต้องใช้เอกสารที่ทำมาจาก
ข้างนอกแล้วเป็นใบผ่าน
 
ถัดจากด่านตรวจที่ 2 มาจะเป็นทาง offroad ระดับกลาง ทางส่วนมาก เป็นดินแข็ง บางช่วงเป็นดินปนหินก้อนใหญ่บ้าง เผอิญช่วงที่ผมไป เป็นหน้าหนาว
ทางจีงค่อนข้างดี นี่ถ้าเป็นหน้าฝนคงจะลื่นมาก ตลอดทางผมใช้ 4H เกียร์ 2 สลับกับเกียร์ 1 ถ้าต้องไต่เนินชันมากๆ (รถผมเกียร์ auto) สิ่งที่ต้องระวังคือ ช่วงทางชันและเป็นทางโค้งตัว U หรือตัว S ด้วย หากมีรถวิ่งสวนมาจะหลบกันลำบาก
  ถึงแล้วจ้า
เราไปถึงที่ทำการฯ ทีลอซู เวลาประมาณ 5 โมงครึ่ง โดยใช้เวลากับเส้นทาง
offroad ไปถึง 2 ชั่วโมงเศษ กับระยะทางแค่ 27 ก.ม และใช้เวลาไปถึง 12
ช.ม. จากกรุงเทพฯมาที่นี่

ไม่รอช้า เรารีบจัดแจงทำที่พักกันทันทีก่อนที่จะมืด ซึ่งที่นี่มีบริเวณสำหรับ
กางเต้นท์ไม่มากนักสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากันเอง เนื่องจากจะ
มีพวกทัวร์หรือรีสอร์ท มากางเต็นท์จองที่กันอยู่เหมือนถาวรเต็มไปหมด
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ใครได้ใครเสีย?

อมตะอลังการ
ตอนสายๆเราเดินเข้าไปดูนํ้าตกกัน ทางเดินค่อนข้างสะดวกและไม่ไกลจาก
ที่พักมากนัก ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็ถึงนํ้าตกแล้ว
 

นํ้าตกทีลอซูของเรา
 

คาวบอยหลงป่ากับสาวกะเหรี่ยง
 
ภาพแรกที่ได้เห็น ต้องบอกว่าอลังการจริงๆ ลืมภาพนํ้าตกอื่นๆในความ
ทรงจำไปชั่วขณะเลยทีเดียว(เว่อร์ๆ) สรุปว่าสวยก็แล้วกันครับ
ถึงแม้ว่านํ้าจะน้อยไปสักหน่อย ถ่ายรูปมาให้ดูกัน ด้วย
(เนฯฝากมาบอกว่าน้ำตกเย็นเจี้ยบและก็สีเขียวสวยด้วยนะจะบอกให้)

ขอแนะนำนิดนึงว่าควรเข้ามาดูช่วงเช้าๆหน่อย บรรยากาศคงชุ่มชื่นดี
ส่วนผมเข้าไปตอนสายแก่ๆแล้ว แดดมันจ้าไปหน่อย ถ่ายรูปมาแล้วไม่
ค่อยสวย(โทษแดดไว้ก่อน)

มีอะไรที่ดอยหัวหมด?
ขากลับออกจากนํ้าตกทีลอซู เราทำเวลาได้ดีขึ้นเล็กน้อย นี่ถ้าได้ขับสัก 10 เที่ยว
คง(ไม่ได้กลับบ้าน..)ทำเวลาได้ดีกว่านี้ เราค้างที่อุ้มผางกันอีก 1 คืนเพื่อที่ตอน
เช้าตรู่จะได้ไป"ดอยหัวหมด"กัน
  ตีห้าครึ่ง เราออกเดินทางจากที่พักในอุ้มผางไปดอยหัวหมด ใช้เวลาประมาณ
20 นาที พอไปถึงตีนดอยได้ยินเสียงปี่สก็อต ก็นึกว่ามาผิด ดอยซะแล้ว
ที่จริงคือมีฝรั่งคนนึง แกคงคิดว่าเสียงปี่ของแกคงจะเข้า กับบรรยากาศบน
ยอดดอย แกเลยโซโล่ซะหลายเพลง

โชคไม่เข้าข้างเราทุกคนบนยอดดอย เช้ามืดวันนั้นชาวบ้านคงไม่ตื่นมาสุมไฟ
อย่างที่เตี้ยมกันไว้ เราจึงไม่มีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกอย่างที่หวัง
พระอาทิตย์ก็ดันตื่นสายซะอีก พอขึ้นมาแสงแดดก็แผดจ้าเลยทีเดียว ไม่เป็นไร
อย่างน้อยก็ยังได้ตื่นเช้าซะบ้าง ได้ไปสูดอากาศยามเช้าที่สดชื่น บนนั้นครับ

ริมเมยช่างเงียบเหงา
เราออกจากอุ้มผางตอนสาย โดยย้อนกลับเส้นทางเดิมมาที่แม่สอด เพื่อแวะชม
"ตลาดริมเมย" ขากลับนี้เราทำเวลาได้ดีกว่าขามาเล็กน้อย (อีกแล้ว) แต่กว่า
จะถึงที่หมายก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง


 

ขอบฟ้ารุ่งอรุณบนดอยหัวหมด
  ตลาดริมเมยวันนี้ช่างไม่เหมือนกับที่จินตนาการไว้เลย คือมันไม่มี ชีวิตชีวาให้สมกับคำว่า"ตลาด" ดูเงียบเหงา ชาวพม่าใส่โสร่งเดินกัน ขวักไขว่ ไม่มีอะไรประทับใจ(ผม)
เท่าไหร่ แต่อาจเพราะว่าวันนั้นไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็เป็นได้ บรรยากาศ จึงไม่คึกครื้นเท่าที่ควร
 

มุมหนึ่งของช่องเย็น
  ช่องเย็นช่างน่านอน

จากแม่สอด เราขับย้อนกลับมาทางจังหวัดตาก มุ่งสู่ กำแพงเพชร กะว่าคืนนี้
จะไปหาที่กางเต้นท์นอนที่"อช.แม่วงก์"สักคืน

ตอนที่จะเข้าทีลอซูนั้น เราเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10 บาท แต่ที่ อช.แม่วงก์
มีการเก็บค่าเข้าอุทยานฯ, ค่าพักแรม 30/คน รวมแล้ว เราไปสองคน เสียค่าใช้
จ่าย ทั้งหมด 130 บาท (นี่ไม่ได้บ่นนะ) และที่นี่ก็มีอุปกรณ์แคมป์ปิ้งให้เช่าด้วย

จัดการเรื่องค่าธรรมเนียมเสร็จ เราก็ตีรถขึ้นไป"ช่องเย็น" กันเลย เพราะเป็นที่ที่คนส่วนมากเมื่อมาที่ อช.แม่วงก์ แล้วก็จะไปค้างคืน กันที่นั่น

ทางขึ้น"ช่องเย็น"เป็นถนนลาดยาง เพระฉะนั้นรถเก๋งจึงสามารถ ขับขึ้นไปได้ แต่ส่วนมากเป็นทางชำรุด ขรุขระ ทางลาดชัน โค้งแคบๆก็พอมีให้เห็นบ้าง ที่สำคัญคือต้องระวังรถสวนให้ดี!!
  ปิดทริปที่นํ้าตกคลองลาน
เราออกจาก อช.แม่วงก์ แต่เช้า กะว่าจะได้ถึงบ้านตอนเย็นๆ แต่ก็ยังมีเวลาพอที่จะแวะ ชมความงามของ"นํ้าตกคลองลาน" ซึ่งเป็นทางผ่านของเราอยู่แล้ว

นํ้าตกคลองลาน อยู่ที่ อ.คลองลาน ซึ่งเป็นทางผ่านหากจะไป อช.แม่วงก์ ตัวนํ้าตกมี
ความสวยงามไม่แพ้ที่อื่น เดินทางเข้าไปก็ ง่าย เพราะอยู่ตรงที่จอดรถก็สามารถ เห็นนํ้าตกได้แลัว

สรุปปิดทริป
ก่อนลงมือเขียนเรื่องทริปนี้ ก็กะว่าจะทำให้มันสั้นๆกระชับ แต่เอาเข้าจริงๆมันก็ออก มาค่อนข้างยาวซึ่งอาจทำให้คนอ่านเบื่อซะก่อนที่จะอ่านจบก็เป็นได้ นี่ขนาดยั้งๆ มือ
แล้วนะ(ขอโม้) ไม่ได้เล่าทั้งหมดหรอก แต่ก็ขอเอาส่วนที่เหลือมาเป็นข้อสรุป และ
ข้อแนะนำปิดท้ายทริปก็แล้วกัน

1. ในการเดินทางไปถึงทีลอซูครั้งนี้ใช้เวลาขับรถจากบ้าน(พระราม2) ประมาณ 12
ช.ม. ซึ่งถ้าหากคุณต้องการหยุดพักรถ หรือพักรับประทาน อาหารก็ควรเผื่อ เวลาไว้
อีกสักหน่อย (กรณีที่คุณฝีเท้าไม่จัดจ้านนัก)

2. การขับบนเส้นทางไปอุ้มผาง ผ่านโค้งและเขาชัน ผมใช้ 2H ตลอด แต่เปลี่ยนเกียร
์ 1, 2 หรือ 3 ตามสภาพการณ์ของเส้นทาง ที่ไม่ได้ใช้ 4H เพราะเห็นว่าเป็นทาง
ลาดยางค่อนข้างดี และใช้ 2H ก็คล่องตัวดีอยู่


นํ้าตกคลองลาน สวยเน้อ!
  3. เส้นทางจากอช.แม่วงก์ไปช่องเย็นนั้น มีเว็บไซต์ท่องเที่ยวหลายแห่ง ยังให้ข้อมูลว่ามีรอบเวลาผลัดกันขึ้น-ลง แต่วันที่ผมไป รถสามารถวิ่งสวน ขึ้น-ลงได้แต่ต้อง
ขับด้วยความระมัดระวังหน่อย

ป.ล. ขากลับก็อย่าลืมแวะอุดหนุนสินค้าของจังหวัดกำแพงเพชร เค้าหน่อยนะครับ "เที่ยวเมืองไทย ซื้อของไทย เงินไทยไม่รั่วไหล" คร้าบ.
   
 

__________________________________________________________________________________

อนึ่ง ข้อความทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ขอสงวนสิทธิในการคิดที่อาจไม่เหมือนชาวบ้าน
โดย Niym
10 มกราคม 2545

 
  ความคิดเห็นเพิ่มเติม
ถึงผู้เขียน