Vitara ตะลุย Shangrila (4)

สงกรานต์ 2548

ภาพและคำบรรยายโดย คุณจอมไพร (v431)


 


สินค้าพื้นเมืองของชาวธิเบต งานนี้ แม่บ้าน ช๊อปแหลก แต่ต้องต่อราคาลงครึ่งหนึ่งนะครับ
 
 


ออกจากลี่เจียงเช้าตรู่ เพื่อเดินทางกลับทางเมือง"หลินซาง"โดยใช้เส้นทางหมายเลข 214 ระยะทาง 570 กม. เส้นทางเป็นแบบหินเรียงสลับลูกรัง
ขึ้นเขา ลงห้วย นับว่าเป็นช่วงที่ทางโหดที่สุด ไกลที่สุด ช่วงนี้ครับที่ช๊อคคู่หลังใหม่เอี่ยมของผมแตกไม่เป็นท่าครับ
 
 


ระหว่างทางแวะร้านอาหาร แต่เจ้าของร้านไม่ได้ทำอาหารให้หรอกครับ ไกด์ของเรา ชื่อ เฉอหลี่ เป็นพ่อครัวเอง แต่ทำเป็นอยู่อย่างเดียวครับ "ผัดหมี่"
 
 


ทุ่งข้าวบาเลย์ มีให้เห็นตลอดเส้นทาง ชาวบ้านที่นี่หากเกี่ยวข้าวบาเลย์แล้วจะนำมาปูที่ถนนให้รถทับนวดให้ ตอนแรกๆ
ผมก็ขับรถหลบ ชาวบ้านชี้ไม้ ชี้มือด่าไล่หลังเลย หาว่าไม่มีน้ำใจ
 
 


นอกจากปลูกข้าวบาเลย์ขายส่งโรงเบียร์แล้ว ยังมีอาชีพเผาอิฐและหลังคาด้วย
 
 


ร้านขายเนื้อสด แต่แขวนไว้ 2 เดือนแล้วครับ
 
 


ระหว่างทางที่กลับมาทางเมือง"หลินซาง" บรรยากาศและความเป็นอยู่ของชาวบ้านจะออกไปในทางชีวิตชาวจีนดั้งเดิมครับ
ยังไม่ค่อยมีความเจริญมากมายเท่าไหร่ครับ
 
 


ไปถึงเมืองหลินซางดึกครับ เลยไม่ได้เก็บบรรยากาศเมืองมาให้ดู แต่ดูจากสภาพเมืองตอนกลางคืน ก็เป็นเมืองผ่านทั่วไปครับ และผู้หญิงหรือผู้ชายชาวเมืองหลินซาง แต่งตัวทันสมัยมากครับ แต่ที่ขึ้นชื่อก็คือ ตอนดึกๆจะมีผีเสื้อราตรีเดินเคาะห้องพักตามโรงแรมครับ คณะเราแวะพักที่เมืองหลินซาง พอเช้าตรู่ก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองสิบสองปันนา พอเข้าเขตสิบสองปันนาต้องข้ามแม่น้ำโขงหรือแม่น้ำล้านช้างสายนี้ครับ
 
 


ถึงเมืองสิบสองปันนาแล้วครับ
 
 


ภาษาไทยในแผ่นดินจีน
 
 


เด็กน้อยชาวสิบสองปันนา แต่งตัวสวยงามเพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ครับ เมืองนี้พูดภาษาเหนือรู้เรื่องนะครับ
 
 


บ่าวน้อยพาสาวน้อยซ้อยท้ายมอเตอร์ไซค์ไปเล่นน้ำสงกรานต์ครับ
 
 


หลังจากเที่ยวเมืองสิบสองปันนาพอหอมปากหอมคอก็ตรงดิ่งไปเมืองหลวงน้ำทาเลยครับ เพราะทั้งคณะคิดถึงบ้านกันเหลือเกิน แต่พอถึงด่านชายแดนจีนและลาว ปรากฏว่าด่านปิดครับ แต่เจ้าหน้าที่ทหารจีนและลาวก็ใจดี ให้พวกเราข้ามด่านกันได้ทั้งๆที่เลยเวลาทำการแล้ว ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย และเส้นทางกลับหลวงน้ำทาก็เป็นเส้นทางเดิม ก็จะขอจบทริป Shangri-la เพียงเท่านี้นะครับ แต่ขอแถมรูปจากเพื่อนคณะอื่นที่เดินทางล่วงหน้าผมหนึ่งวันและมีโอกาสไปถึงเมือง"เต๋อชิง"มาฝากครับ
 
 


รูปนี้ก่อนติดพายุหิมะครับ
 
 


รูปนี้ติดพายุหิมะแล้วครับ หลังจากนี้ ทั้งคณะเพื่อนผมกว่าจะลงมาได้ใช้เวลา 14 ชั่วโมง ในระยะทาง 60 กม.ครับ
 
 


ติดกันแบบนี้ครับ แต่ละคันไม่กล้าเสี่ยงที่วิ่งสวนกันเพราะขอบทางเป็นเหวลึกและลื่นเอามากๆ สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้ดูแลเวปนี้
ที่กรุณาเจียดเนื้อที่ให้ผมได้โพสรูปและเล่าเรื่องและขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ตั้งแต่ต้นจนจบครับ
 
 
  การเตรียมเอกสารสำหรับการเดินทาง
1.
พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุในระหว่างการเดินทาง ใช้ทั้งตัวจริงและสำเนา 6 ชุด
2.
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หากเป็นเด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชนใช้สำเนาสูติบัตร 6 ชุด
3.
สำเนาทะเบียนบ้าน ของใครของมัน 6 ชุด
4.
คู่มือรถฉบับจริงที่ต่อทะเบียนแล้วหรือยังไม่หมดอายุระหว่างเดินทาง ( ชื่อเจ้าของต้องตรงกับผุ้ที่นำรถออกนอกประเทศ ) พร้อมสำเนา 6 ชุด กรณีที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถ ( ผ่อนไม่หมด, เอารถคนอื่นไป )ต้องมีหนังสือยินยอมจากบริษัท หรือบุคคลที่เป็นเจ้าของรถพร้อมสำเนาแนบด้วย
5.
สำเนาใบขับไทยเฉพาะคนขับ ที่ไม่หมดอายุและให้ตรงกับผู้ที่นำรถออกนอกประเทศ 6ชุด
6.
สำเนาใบขับขี่สากลเฉพาะคนขับ 6 ชุด( บางทีก็ไม่ต้องใช้ ) เพราะคนขับทุกคนต้องไปอบรมเพื่อรับใบขับขี่จีนอยู่แล้ว
7.
รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว 12 ใบ
เอกสารทุกอย่างควรเตรียมและส่งให้ผู้ดำเนินการขออนุญาติล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน เท่านี้ก็พร้อมที่จะเดินทาง ไปตะลุยหิมะที่ทิเบตแล้วละครับ
 

  การเตรียมรถในการเดินทางไปทิเบต เราเริ่มตั้งแต่ช่วงล่างขึ้นไปนะครับ
1.
ตรวจระบบเบรคทั้งสี่ล้อ ทางที่ดีควรเปลี่ยนผ้าเบรคทั้งสี่ล้อและเอาของเดิมไปเป็นอะไหล่ ( การตรวจสภาพรถของจีน เขาตรวจการเบรค โดยเจ้าหน้าที่จีนจะเป็นผู้ขับรถของเราและวัดระยะเบรคทั้งเดินหน้าและถอยหลัง หากเบรคไม่อยู่ก็จะไม่ผ่านการตรวจสภาพรถ )
2.
ตรวจลูกหมากและบูช ช่วงล่างทั้งหมด หากหลวมให้เปลี่ยน ( เจ้าหน้าที่จีนจะใช้มือขยับลูกหมากทุกตัว หากหลวม ก็จะไม่ผ่านการตรวจสภาพรถครับ )
3.
ตรวจช๊อคอัพและลูกปืนล้อ หากหลวมให้เปลี่ยน
4.
ควรใช้ยางใหม่ที่เป็นดอก MT หรือ AT ที่ใช้มาไม่นานและควรเติมลมยางด้วยไนโตรเจน เพราะการเดินทาง ต้องผ่านความกดอากาศที่สูง( ขนาดซองมาม่ายังพองจนแตกโป๊ะแลยครับ )
5.
ตรวจระบบหล่อเย็น คือ หม้อน้ำ, ท่อ, ปั๊ม และควรเติม น้ำยาประเภท ออยล์คูลแลนท์ ลงไปด้วย
6.
ตรวจเช็คสายพานทุกเส้น หากใช้มานานแล้ว ควรเปลี่ยน
7.
เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเบรค, ครัช, น้ำมันเฟืองท้ายลูกหน้า-ลูกหลัง และควรใช้เกรด ซินเธติก พร้อมกับสำรองไปอีกอย่างละ 1-2 ลิตร
8.
ตวรจระบบไฟคือ แบตเตอรี่, ไฟส่องสว่างทั้งหมดและเตรียมฟิวส์พร้อมหลอดสำรองไปให้พร้อม
9.
อุปกรณ์ใดที่คิดว่าหากเสียแล้วจะไม่มีอะไหล่ ให้เปลี่ยนไปเลยเช่น ปั๊มน้ำ, ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น
10.
การเก็บสัมภาระ ไม่ว่าจะเก็บบนแร็คหลังคาหรือเก็บไว้ภายในรถ ควรผูกยึดโยงให้มั่นคง
11.
น้ำมันในจีน ถ้าเป็น 0 คือโซล่าส่วนเบนซินจะมีทั้ง91-93-97 ควรเตรียมหัวเชื้อน้ำมันไปด้วยนะครับ
12.
เตรียมเครื่องมือประจำรถเช่น เชือกลาก, สายพ่วงแบตฯ, ชุดประแจ, แม่แรง เป็นต้น
ส่วนที่นอกเหนือจากนี้ควรตรวจเช็คตามปกติและหากมีการเปลี่ยนแปลงรถนอกเหนือจากแสตนดาร์ด ควรมีการทดลองรถ ก่อนเดินทางครับ
 
 
หน้าที่ [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]