![]() ![]() |
|||||||||||||
|
|
![]() |
||||||||||||
![]() |
09.20 ก่อนที่จะเข้าไปที่ทำการอุทยานฯ เราแวะขึ้นไปชมทัศนียภาพบนสันเขื่อน
แก่งกระจานกันก่อน ไม่ได้มาเสียนานหลายปีแล้ว ถ่ายรูปกันซะหน่อย
|
||||||||||||
| ในเมื่อต้องรออีกหลายชั่วโมง เราก็เลยจัดการมื้อกลางวันซะที่ที่ทำการอุทยานฯ
นั่นเลย พอดีมีร้านอาหารสวัสดิการอยู่ร้านนึง จากนั้นก็ไปนอนรอเวลาที่ด่าน
สามยอด ซึ่งเป็นเหมือนจุดสกัดรถขึ้น-ลง Trip-Trick : การเดินทางจากที่ทำการอุทยานฯมายังด่านสามยอด ระยะทางประมาณ 20 ก.ม. พอขับออกมาจากที่ทำการอุทยานฯสักพัก ก็จะพบสามแยกซึ่งไม่ว่าจะไปทางไหนปลายทางก็จะไปบรรจบกัน ถ้าเลือกที่จะแยกไปซ้าย ก็จะพบกับถนนลาดยางอย่างดีเกือบตลอด ทางเป็นถนนลูกรังเพียงนิดเดียวก่อนจะถึงจุดที่บรรจบกัน แต่ถ้าเลือกที่จะตรงไป(เหมือนผม) ก็จะพบกับถนนลาดยางไปไม่ เท่าไรก็จะเป็นถนนลูกรังเปลี่ยวๆไปยาวเลยครับ แต่ถ้าอยาก อุ่นเครื่องหรือลองเกียร์4H,4L ก็ตามสบายครับ |
![]() |
||||||||||||
![]() |
14.30 ได้เวลาลุยแล้ว
หลังจากที่นั่งตบแมลงหวี่รอมาหลายชั่วโมง รอบนี้มีรถรอขึ้น อยู่ 5-6 คันส่วนมากเป็นรถกระบะ4wd มีเราเป็น vitara เพียงคันเดียว ผมออกตัวก่อนใครเลยแต่ปล่อยให้กระบะยกสูงแต่งซิ่งคันนึงแซงไปก่อน เพราะเขามาแรง แต่ถึงอยากจะขับแบบชมนกชมไม้ก็ไม่ได้ เพราะมีขับจี้ก้นมาอีก 2 คัน เป็นกระบะปิคอัพ จากด่านสามยอดมา ทางช่วงแรกเป็นถนนลาดยางอย่างดี สุดทางลาดยาง ก็จะเป็นทางลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงขรุขระเพราะทางเป็นเหมือนหินภูเขา ที่เต็มไปด้วยเศษหินโผล่ขึ้นมา หนทางจะเป็นอย่างนี้จนถึงบ้านกร่างแค้มป์ ก.ม. 15 ซึ่งเป็นจุดพักแรมได้จุดหนึ่ง หากใครไม่ต้องการลุยต่อก็หยุดที่นี่ได้ |
||||||||||||
| เส้นทางต่อจากบ้านกร่างไป ก็ยังเหมือนๆกับที่ผ่านมาแล้ว
แต่จะต้องมา เจอกับลำธารที่ขวางถนนอยู่ 3 ลำธารเว้นระยะกันไป อันนี้ถือเป็นไฮไลท์ของ
การเดินทางเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะลำธารที่ 2 ซึ่งค่อนข้างชันกว่าเพื่อน แต่
vitara ของเราก็ผ่านไปได้อย่างสบาย เลยจากลำธารที่ 3 มาแล้ว เส้นทางส่วนมากเป็นทางชันขึ้น-ลงเขา บางช่วง คดเคี้ยว ต้องขับด้วยความระมัดระวังเพราะบางช่วงด้านข้างคือเหว!! 16.00 ขับวกไปวนมานานกว่าชั่วโมง ผมก็คิดในใจว่า"เมื่อไหร่มันจะถึงซะที(ว้ะ)" ในที่สุดก็ ไชโย..มาถึงจนได้ เขาพะเนินทุ่ง ระยะทาง 30 ก.ม. จากด่านสามยอด ใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง!! |
![]() |
||||||||||||
![]() |
มาถึงแล้วก็เช็คอินเข้าที่พักกันเลย ก็ข้างทางนั่นแหละ
เลือกทำเลเหมาะๆเอาหัว รถเสียบเข้าไปเลย บนเขาพะเนินทุ่งจะไม่มีบริเวณกว้างๆให้กางเต้นท์
ต้องใช้เนื้อที่บริเวณข้างทางจอดรถและกางเต้นท์กันตรงนั้นเลย หรือไม่ก็ หาที่ว่างๆได้ตรงไหนก็เชิญกางเต้นท์กันตามอัธยาศัย (อนึ่ง กิจกรรมหลังจากนี้จนถึงเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น กระผมขอสงวนไว้ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ) 21 ต.ค. 2544 เช้าตรู่ เราออกไปดูทะเลหมอกกัน ต้องเดินไปอีก 1 ก.ม. จึงจะถึงจุดชมวิว ที่ ก.ม.31ไม่มีอะไรนอกจากหมอก เขาว่าสามารถมาชมทะเลหมอกที่นี่ได้ทั้งปี ยังมีจุดชมวิวอื่นถัดจากนี้ไปอีกถึง ก.ม.ที่ 33 แต่ด้วยสภาพร่างการอันฟิตปี๋ ...ลากสังขารกลับที่พักกันดีกว่า |
||||||||||||
| หากจะไปนํ้าตกทอทิพย์ ต้องขับรถไปถึง ก.ม.36
และต้องเดินเป็นทาง ลาดลงไปอีกไกลจึงจะถึงตัวนํ้าตกชั้นแรก จากทั้งหมด 9
ชั้น ขาลงก็คงสบายอยู่หรอก แต่พอคิดถึงขาขึ้นแล้ว เราคงไม่สามารถ ลากสังขารขึ้นมาได้
ก็เลยไม่คิดที่จะไปต่อ เก็บเต้นท์กลับบ้านดีกว่า 12.00 ได้เวลากลับแล้ว ก็ย้อนกลับทางเดิมนั่นแหละ แล่นตามกันเป็นขบวนออกมา ทิ้งระยะกันเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัย แต่ขากลับนี้ มีรถปิคอัพ 2wd บางคัน ตะกายตลิ่งของลำธารที่ 2 อยู่หลายเฮือก กว่าจะหลุดไปได้ พอถึงคิวผม ซึ่งใส่เกียร์ 4L รออยู่แล้ว ก็ค่อยๆหย่อนตัวลงลำธารอย่างช้าๆ พอถึงริมตลิ่งก็ทะยานพรวดขึ้นไปเลยทีเดียว ก็จะให้พลาดได้ไง มีคนมุงดูอยู่เป็นสิบ ขึ้นไม่ไหวก็ขายหน้าแย่ซิ |
![]() |
||||||||||||
|
สรุปว่าทริปเขาพะเนินทุ่งนี้เหมาะกับการเป็นสนามทดสอบแรก สำหรับการขับขี่รถยนต์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อเลยก็ว่าได้ ผมเองก็ได้สนุกกับการขับขี่ ได้ลอง เล่นเกียร์ต่างๆของเจ้า vitara และก็ได้รู้สมรรถนะของรถยนต์ที่ใช้อยู่มากขึ้น หากท่านมีเวลาไม่มากนัก ไม่อยากขับรถไปไกล อยากสัมผัสธรรมชาติ ที่สวยงาม เขาพะเนินทุ่ง ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจครับ. |
|||||||||||||