|
สุข สงบ สวยใสริมสายน้ำแม่เงา จากการเดินทางช่วง 29 ธ.ค.45 - 1 ม.ค.46 |
||||
| สวัสดีครับ ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาหลายท่านคงมีทริปให้เดินทางกันมากมาย ช่วยสนองนโยบายหยุดยาวของรัฐบาลกัน ผมเองวางแผนไว้จะเที่ยวจังหวัดน่านเหมือนกัน แต่พอได้คุยกับคุณกันV010 คุณมนูญ V040 และคุณแมวV102 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บนห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ริมถนนพระราม 2 ที่วางแผนจะเดินทางไปตาก-แม่ฮ่องสอนกัน ก็เกิดอาการลังเล จนถึงขั้นใจง่าย เปลี่ยนใจทิ้ง(พักไว้ก่อน) แผนการเดินทางไปจังหวัดน่าน ขอร่วมทริปด้วยเลย แต่ว่าพอใกล้วันเดินทาง คุณกันก็ขอตัว เพราะมีทริปพิเศษต้องการตัวด่วน ถัดมาอีกวันคุณแมวก็ขอบายไปอีกคน แต่เมื่อคิดว่าจะไปแล้วบวกคำบอกเล่าจากคุณ V040 ถึงความสุข สงบ สวยงามในเบื้องหน้าแล้ว ไม่มีแตะเบรค ใส่เกียร์ถอยเด็ดขาด จนได้รับความประทับใจกับประสบการณ์ในการเดินทางมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้รับทราบครับ | ||||
| ส่วนใหญ่เพื่อนนักเดินทางจะออกเดินทางกันเย็นวันศุกร์ที่
27 หรือเสาร์ที่ 28 กันแต่ผมกับคุณV040 ขอเป็นตอนสาย ๆ ของวันที่ 29 ดีกว่า
เริ่มสตาร์ทเครื่องจากบ้านผม ที่บางบอน ไปตามถนนกาญจนาภิเษก ก็ถนนวงแหวนนั่นแหละครับ
วิ่งมาบ้านคุณ V040 ที่บางบัวทองตามนัดไว้ พร้อมหน้าแล้วก็แวะเติมน้ำมันให้เต็มถัง
ก็ออกเดินทางไกลกันเลย คุณV040 นำหน้าฉายเดี่ยว ส่วนผมตามหลังมีเจ้าเควกกับผู้ปกครองรวม
3 คน (งานนี้เจ้าเอิร์ธหนีไปเที่ยวปากช่องกับอาม่าไม่ยอมมาด้วย) ใช้เส้นทางวงแหวนสักพัก
ก็เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางที่วางแผนไว้คือ หมายเลข 340 หรือ A1 เดิม มุ่งหน้าไปจังหวัดสุพรรณบุรี
เส้นทางนี้รถน้อย ใช้ความเร็วเกิน 100 กม. /ชั่วโมง เกือบตลอด ถึงตัวเมืองสุพรรณ คุณกันก็โทรจากเพชรบูรณ์ มาทักทายพอดี อีกไม่ถึงชั่วโมงก็เข้าชัยนาท แวะหาอาหารกลางวันทานกัน ไปได้ก๋วยเดี๋ยวเรือคลายหิว อิ่มแล้วก็เดินทางต่อในเส้นทางเดิม จนมาบรรจบกับเส้นทางหมายเลข 1 ที่กิโลเมตรที่ 200 ก็วิ่งร่วมทางหลักนี้ จนเข้านครสวรรค์ พอข้ามสะพานเดชาชาติวงศ์มาได้ไม่นานคุณV040 เหลือบไปเห็นรถเพื่อน VFC คือคุณสัญญาV029 แต่ไม่ทันได้ทักทายกัน |
|
|||
|
พวกเรามุ่งหน้าเข้ากำแพงเพชรและก็ตากด้วยความเร็ว เพราะตอนนี้เพื่อนร่วมทางน้อยแล้วใช้ความเร็วจนเข้าตัวเมืองตาก
แวะซื้ออาหารและของใช้บางอย่างกัน ระยะทาง 420 กิโลเมตรกว่า ๆ นี้ใช้เวลาเดินทาง
5 ชั่วโมง คืนแรกนี้จะแวะพักกันที่อุทยานแห่งชาติลานสาง ตามแผนที่วางไว้
โดยต้องขับย้อนทางออกมาจากตัวเมืองตาก ยูเทิร์นกลับไปเส้นหมายเลข 1 ขาเข้า
แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางตาก-แม่สอด (105) ไปประมาณ 15 กิโลเมตร พวกเราเลือกกางเต้นท์กันที่ข้างน้ำตกผาลาด
ซึ่งที่นี่มีเต้นท์ของเพื่อนนักเดินทางอีกเกือบ 30 หลังกางอยู่ก่อนแล้ว
ทำเลทองอย่างนี้คุณV040 เรียกว่า "ย่านสุขุมวิท" เลยครับ |
||||
|
เช้าตรู่...เสียงปลุกจากเพื่อนข้างเต้นท์ดังระงมบอกให้รู้ว่าวันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ไม่ทันสายอาหารจากแม่ครัวคนเดิมพร้อมเสริฟ เก็บความหิวให้เป็นอดีตอีกครั้ง
แล้วก็ได้เวลาเก็บข้าวของเดินทางไกลต่อ โดยไม่สนใจความสวยงามของน้ำตกอีก
5 แห่งที่กวักมือเรียกอยู่ในลางสางแห่งนี้ ขอเก็บไว้เป็นโจทย์รอแก้ในโอกาสหน้าดีกว่า
ระหว่างนี้คุณV040 ยังแสดงน้ำใจช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่งหัดกางเต้นท์
ที่กางเต้นท์อยู่ติดกันเก็บเต้นท์อีกด้วย สำหรับ อช.ลานสางนี้รถเก๋งทั่วไปก็สามารถเดินทางมาได้อย่างสบาย ๆ เพราะเป็นทางลาดยางอย่างดีถึงภายในตัวอุทยานเลย มีบ้านพัก ร้านอาหาร ไว้บริการด้วย |
|||
| แล้วเครื่องยนต์ G16B 1590 CC. ของเจ้า VITARA ทั้งสองคันก็ถูกปลุกให้ตื่นจากการพักผ่อน โดยมีจุดมุ่งหมายห่างจากนี้ไปเกือบ 300 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 105 มุ่งหน้าเข้าแม่สอด ผ่านหมู่บ้านมูเซอ พะวอ ซึ่งเป็นจุดพักรถใหญ่ เส้นทางลาดยาง อย่างดีทอดยาวลัดเลาะ ขึ้นลง ตามเขาจนถึงแม่สอด ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปอำเภอพบพระ อุ้มผาง ทีลอซู แต่พวกเราเลี้ยวขวาไปทางท่าสองยาง ผ่านอำเภอแม่ระมาด เข้าอำเภอท่าสองยาง ไปตามเส้นทางให้สะดุดตากับหมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยที่ปลูกเพิงพักตามไหล่เขา เป็นพวกที่ถูกผลักดันจากเพื่อนบ้านเข้ามาในเขตไทย มีสหประชาติสนับสนุนชีวิตความเป็นอยู่ โดยใช้ผืนแผ่นดินไทยเป็นแหล่งพักพิง มีแนวรั้วยาวเป็นกิโลเลยทีเดียว เราพักรถถ่ายรูปประมาณ 5 นาที ก็รีบเดินทางทันที | ||||
| ขึ้นๆ ลงๆ ลัดเลาะไปตามหุบเขา เลี้ยวแล้วก็เลี้ยวแทบจะทุก
5 วินาที ทุกโค้งจะเป็นโค้งปิด ไม่เห็นเส้นทางข้างหน้ามากนัก สายตาต้องทำงานอย่างหนัก
ใช้สมาธิอย่างมาก ประสาทต้องสั่งการอย่างดี มีรถที่ใช้เส้นทางนี้ค่อนข้างน้อย
วิวข้างทางร่มรื่น สวยงาม ผ่านถ้ำแม่อุสุไป ยังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง
โดยเฉพาะหลักกิโลเมตรที่ 114-115 จากแม่สอด หากเลี้ยวขวาเข้าเส้นทาง 1267
ไปอีก 11 กิโลเมตรทางบ้านแม่สลิด-แม่ละเมิง ย่านชุมชนกระเหรี่ยงเก่าแก่ จะเป็นอุทยานแห่งชาติแม่เมย
มีจุดชมวิวทะเลหมอกม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดาและม่อนกระทิง ซึ่งเคยเป็นรีสอร์ตชื่อดัง
เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน แต่จากการสู้รบตามแนวชายแดน ทำให้ม่อนกระทิงกลายเป็นอดีต
จนปี 42 อุทยานแห่งชาติ แม่เมย ประกาศตั้งเป็นทางการ ม่อนกระทิงจึงถูกรวม
เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน พวกเราวิ่งผ่านไปจนถึงบ้านท่าสองยาง และจากจุดนี้ยังไงก็ตามหากรถมีเกียร์ช่วย ต้องใส่ 4H ไว้ก่อนไม่ว่าผู้ขับรถจะมีฝีมือเยี่ยมขนาดไหนก็ตาม ทางข้างหน้าอีกประมาณ 50 กิโลเมตร คือเป้าหมายของพวกเรา |
|
|||
|
เส้นทางเริ่มแคบลง ผิวทางชำรุดหลายแห่ง บางช่วงทางทรุด
ไม่มีไหล่ทาง เวลามีรถสวนหรือจะแซงต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ไม่ข้างใดข้างหนึ่งคือเหวอย่างแน่นอน
จริงแล้วเส้นทางนี้ก็มีรถประจำทางให้บริการตั้งแต่แม่สอด-ท่าสองยาง-แม่สะเรียง
เป็นสองแถวสีส้ม ผู้โดยสานอัดแน่น หลังคามีแต่ของ สภาพรถดูเก่าอายุไม่ต่ำกว่า
10 ปีทุกคัน ยิ่งห่างจากบ้านท่าสองยางไปถนนยิ่งแคบ ทางวิ่งยิ่งชันอีกต่างหาก
ฝีมือและประสบการณ์ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เพราะนิสัยของเกียร์ออโต้ ต่างจากเกียร์ธรรมดา
สักพักก็มาเจอเพื่อนร่วมทางเกาะกลุ่มกันอยู่ 3 คัน มีสตาด้า ซีอาร์วีและเซฟิโร่
เจอทางที่ทรุดพังจากการถูกน้ำกัดเซาะเมื่อหน้าฝนที่ผ่านมา ค่อย ๆ คืบคลานกันอยู่
จุดนี้คุณV040 แซงผ่านไปได้ก่อนแล้ว ผมมาติดกลุ่มอยู่เกือบ 20 นาที เพราะสภาพทางไม่เปิดช่องให้แซง
กว่าพ้นมาได้เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว
|
||||
|
เส้นทางยังครึ้มไปด้วยแมกไม้ มีหมู่บ้านกระเหรี่ยงเรียงรายเป็นหย่อม มีทางช่วงหนึ่งกำลังปรับผิวทางระยะทางประมาณ 500 เมตร ตอนนี้คุณV040 นำผมไปไกลมากแล้ว ต้องเร่งเจ้าฮิปโปตามให้กระชั้นกว่านี้อีกหน่อยแล้ว อีก 20 กิโลเมตรจะถึงอุทยานแห่งชาติแม่เงาแล้ว ขณะสนุกกับเส้นทางอยู่นั้น ใกล้จะถึงบ้านสบเงาซึ่งอีกเพียง 10 กิโลเมตรจะถึงจุดหมายปลายทาง ผมเกือบไม่มีโอกาสมารายงานทริปประทับใจให้กับเพื่อน ๆ ได้อ่านแล้ว เพราะว่าช่วงที่ผมลงจากเนินสูงมาด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น เจอทางเลี้ยวขวาเกินหักศอกเกือบเป็นยูเทิร์น มีเศษหินที่หล่นจากตีนเขาเกลื่อนบนพื้นถนน ทำเอาเจ้าฮิปโป ออกอาการสไลด์ด้านท้ายอย่างแรง อีกไม่ถึงครึ่งเมตรดีจะหลุดลงเหวลึก!! ทางซ้ายมือแล้ว ผมรีบหักขวาอย่างเร็ว ทำให้ออกอาการหมุนทันที ขณะนั้นสติผมยังเต็มเปี่ยม ไม่เหยียบเบรค เพราะอาจทำให้รถกระตุก และอาจพลิกคว่ำได้ทันที ผมปล่อยให้หมุนไปจนเกิน 2 มุมฉาก จนหมดแรงจึงเหยียบเบรคช่วย จนเจ้าฮิปโปหันหน้าไปซบตีนเขา | |||
| จบฉากความหวาดเสียวที่สุดในชีวิต รีบตั้งลำใหม่ทันที
พอขับมาสักระยะเจอไหล่ทางที่กว้างพอ ลงไปสำรวจความเสียหาย พบว่ามีเพียงศูนย์ล้อที่เคลื่อนเล็กน้อย
จากการกระแทกตีนเขาเท่านั้น แม้ว่าจะมั่นใจในวีทาร่ามากขึ้น แต่ความมั่นใจในตนเองกลับลดลงไปไม่น้อย
จึงต้องเปลี่ยนมือให้วอร์ประจำที่นั่งคนขับ พากันไปในเส้นทาง จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำเงา
ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตยาวที่ทอดเชื่อมตาก-แม่ฮ่องสอนเข้าด้วยกัน มองยาวไปที่หัวสะพานอีกฝั่งคุณV040
จอดรถรออยู่ก่อนแล้ว ระยะทางจากแม่สอดถึงตรงนี้ประมาณ 190 กิโลเมตร ผ่านจุดตรวจของทั้งตำรวจและทหารไม่ต่ำกว่า
10 จุด มีเรื่องเล่ากันมาว่า ถ้าเป็นตอนที่ยังมีการสู้รบกันตามแนวชายแดน
อยู่นั้น เส้นทาง 105 หรือ 1085 ในอดีตนี้อาจถูกปล้นเอาข้าวของ เงินทองจากพวกกระเหรี่ยงแตกแถวจากอีกซีกของดินแดนไทยเอาได้
พวกเรามองเห็นปากทางเข้าอช.แม่เงาอยู่เยื้องไปฝั่งตรงข้าม แต่ต้องขับเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร จึงจะถึงตัวอุทยาน ถนนเป็นทางปูนอย่างดี รวมเวลาเดินทางจากอช.ลานสางถึงที่นี่ 4 ชั่วโมงกว่า ๆ เมื่อทำการติดต่อเพื่อขอพักเรียบร้อยแล้ว ก็มองหาชัยภูมิอันเหมาะสม แล้วพวกเราก็ปักหลักกันห่างจากริมน้ำแม่เงาเพียง 5 -6เมตรเท่านั้น เสียค่านำรถเข้าอุทยาน 30 บาท ค่ากางเต็นท์ก็อีก 30 บาท มีเพื่อนนักเดินทางกางเต้นท์อยู่ก่อนแล้วไม่กี่หลัง แต่สักพักก็จะมีเพื่อนที่มาจากทางแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ออบหลวง เข้ามาเป็นระยะ แต่ดูแล้วไม่น่าเกิน 20 หลัง อาหารมื้อนี้เป็นอาหารญี่ปุ่นชนิดซองอย่างเร่งรีบพอหายหิว |
||||
| บ่ายคล้อย
ดวงตะวันเริ่มโรยรา สายน้ำเบื้องหน้าก็เชิญชวนให้สัมผัสร่างกายอย่างยิ่ง
ใต้ผืนน้ำแม่เงาจะเป็นหินก้อนกลมจากการพัดพาของกระแสน้ำกับพื้นทรายละเอียดที่อัดแน่น
ช่วยกรองสิ่งปลอมปน น้ำใสจนมองเห็นก้นแม่น้ำเลยทีเดียว ความลึกช่วงกลางลำน้ำ
เพียงหน้าอกของเจ้าเควกเท่านั้น ด้านคุณV040 กำลังเตรียมอุปกรณ์ต่อพ่วงเครื่องคอมพิวเตอร์ฉบับกระเป๋า เพื่อพิมพ์บทความ โดยจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นห้องทำงาน คืนนี้แม่ครัวคนสวยทำหน้าที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง จากอาหารที่พวกเราเตรียมกันมา เสริมด้วยไวน์รสนุ่มจากฝรั่งเศสที่คุณV040 แช่เย็นไว้ พร้อมบทรำพัน "จะมีกี่คนที่จะมีความสุขอย่างพวกเรา" เราเข้าเต้นท์นอน ด้วยความอิ่มเอมใจ ฟังเสียงสายน้ำไหลกับเสียงน้ำค้างหล่นกระทบฟลายชีต ยามดึกอากาศเย็น อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ความสงบของที่นี่คลายความเหน็ดเหนื่อย ปนความหวาดเสียวของเมื่อบ่ายวานนี้เป็นอดีตไปแล้ว |
|
|||
| เช้านี้อากาศแสนสดชื่น เสียงนกร้อง เสียงลิงป่าและสรรพสัตว์น้อยใหญ่ดังก้องแผ่นน้ำ ผมขอใช้สองฝากน้ำแม่เงาเป็นห้องอาบน้ำอีกครั้ง ส่วนห้องน้ำ ที่ทางอุทยาน จัดเตรียมไว้ให้ก็มีความสะอาดดี มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และมีไฟส่องสว่างในยามค่ำคืนด้วย พอผ่านมื้อเช้าไป คุณV040 ก็ปลีกตัวไปทำงานที่เตรียมไว้แล้ว ผมกับแม่ครัว และเจ้าเควกไปไกวเปล อ่านหนังสือเล่นเย็นใจใต้ร่มไม้ หลังมื้อกลางวันพวกเราพร้อมหน้าลงเล่นน้ำกัน ว่ายน้ำข้ามจังหวัดกันเลย เราอยู่ริมฝั่งแม่ฮ่องสอน แต่พอข้ามไปอีกฝั่ง จะเป็นตากแล้วเพลินกับสายน้ำ ก็มีแพมารับเพื่อนนักล่องที่ติดต่อแพไว้กับเจ้าหน้าที่ ค่าแพประมาณ 500 บาทนั่งไปประมาณ 10 คน ต่อระยะทางล่อง 5-6 กิโลเมตร | ||||
|
มื้อค่ำวันนี้ยังมีไวน์ของฝากจากคุณกันมากลั้วคอให้ชุ่มอีกขวดด้วย
แต่คืนนี้เพื่อนจากหลายเต้นท์แวะมาทักทายมากหน้าหลายตา ให้อยู่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยกัน
เมื่อไชโยรับปีใหม่กันแล้ว ทีนี้ก็เต้นท์ใครเต้นท์มัน เช้าวันปีใหม่มาถึงผมพร้อมครอบครัวต้องกลับก่อน
ส่วนคุณV040 ยังอยู่ทำงานต่ออีก 2 วัน ก่อนผมกลับคุณV040 ยังปรับแต่งจูนเครื่องเจ้าฮิปโปให้เกือบชั่วโมงทีเดียว
ซึ้งใจจริง ผู้ที่นั่งหลังพวงมาลัยไม่ใช่ผมแล้ว ผมย้อนกลับเส้นทางเดิม กลับเข้าแม่สอด แวะเข้าไปทางตลาดริมเมย สะพานไทย-พม่า ซื้อของฝากติดมือเล็กน้อย ก่อนวิ่งยาวมาตาก กลับเข้าเส้นทางหมายเลข 1 เพื่อเข้ากรุงเทพฯ มีแวะทานอาหารที่นครสวรรค์ ก่อนเลี้ยวขวาวิ่งย้อนเส้นทาง 340 เข้าชัยนาท เดินทางมาถึงบ้านด้วยความสุข สงบ ในใจยิ่งนัก ประทับใจมิรู้ลืมอย่างแน่นอน ผมต้องขอขอบคุณความสวยงามที่ยังคงอยู่ของธรรมชาติ ให้หมู่มวลมนุษย์อย่างผมได้สัมผัสกับมันตลอดไป |
|||
| หมายเหตุ: ระยะทางไป-กลับ 1,400 กว่ากิโล ใช้น้ำมันไปประมาณ 160 ลิตร และหากเพื่อนท่านใดต้องการข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมเชิญที่ tthairod@yahoo.com ได้ตลอดเวลาเลยครับ | ||||