มหัศจรรย์เกาะสะเดิ่ง

4 - 6 ธ.ค. 2547
หน่วยพิทักษ์ป่าเกาะสะเดิ่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร


  หลังที่ผมเคยหลวมตัวกับทริป"เฮงซวยทัวร์" โครงการ 1 "เกาะช้างหรรษา" เมื่อราวเดือนกันยายน. แล้วนั้น คราวนี้ไกด์มืออาชีพคนเดิมนำเสนอทริป "มหัศจรรย์เกาะสะเดิ่ง" นาทีนั้นผมคิดว่าต้องไปเที่ยวทะเลอีกเหรอนี่ เพราะชื่อมันคือ "เกาะสะเดิ่ง" แต่ไกด์เจ้าคารมนำเสนอต่อว่าอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี มีทาง Off Road เล็ก ๆ น้อย ๆ พอให้สนุกตื่นเต้น เมื่อปรึกษากับแม่บ้านแล้วก็หลวมตัวเป็นครั้งที่สอง

 
  ทริปนี้มีการแบ่งการเดินทางตามความสะดวกของแต่ละบ้าน ผมเองเลือกออกเดินทาง จากกรุงเทพเช้าตรู่ วันเสาร์ที่ 4 ธ.ค. โดยจุดนัดพบที่ปั๊มน้ำมัน ESSO นครชัยศรี เวลา 03.00 น. โดยมีเพื่อนร่วมเดินทางอีก 3 คัน คือ คุณแพรฉายเดี่ยวพร้อมเจ้ากระเพรา คุณติ๊กพร้อมครอบครัวสุขสันต์ และนายมดเอ็กซ์ซึ่งมีเซอร์ไพรส์ เนื่องจาก ตัดสินใจไม่ได้ว่า จะพากิ๊กคนไหนไปด้วยดี งานนี้จึงพาคุณพ่อตะลุยไปด้วยน่ารักที่สุด... ส่วนพี่กบโต้โผตัวจริงของทริปนี้ติดภารกิจจำเป็นจริง ๆ จึงแวะมาส่ง พร้อมด้วยกระติกน้ำแข็ง โซดาหนึ่งลัง และอุปกรณ์สำหรับยังชีพ...ขอบคุณมากครับพี่

ขบวนเล็ก ๆ 4 คันเริ่มออกเดินทางประมาณตีสามกว่า ๆ ขับแบบสบาย ๆ ไปถึงตัวเมืองกาญจนบุรีก็ตีสี่นิด ๆ เจออุปสรรคแรกคือ..น้ำมันจะหมดครับ..รถผมเอง และรถนายมดเอ็กซ์ด้วย..ต้องหาปั๊มน้ำมันกันอยู่พักหนึ่ง เพราะหากจะไปเติมแถวไทรโยค คงวิ่งไม่ถึงแน่นอน แล้วโชคก็เข้าข้างคนดีอย่างพวกเรา เจอปั๊ม ปตท. อยู่ซ้ายมือพอดี
เมื่อจัดการกับรถเรียบร้อยแล้ว ก็โทรศัพท์หาพรรคพวกที่ล่วงหน้ากันมาก่อน ตั้งแต่เมื่อคืนวันศุกร์ว่าอยู่ถึงไหนกันแล้ว ปรากฎว่า จอดพักเอาแรงกันอยู่ ปั๊มน้ำมันตรงกันข้ามกันนี่เอง จึงรวมพลกันมันตรงนั้นแหละ ก็มีคุณนิยมและครอบครัว , คุณหนุ่ยกับเสือหนึ่งตัว, คุณเอกและคุณปลา มาพร้อมกับเสือสองตัวและแร็คจักรยานสุดเท่ห์, คุณแมวและเพื่อน, พี่มดเขียวและครอบครัว, นายต้อ(ฉายเดี่ยวแต่กลับไปได้คู่ด้วย), พี่คิดถึงและพี่ทราย ส่วนหัวหน้าทริปลูกกลิ้งและน้องลิต รออยู่ที่สังขละฯแล้ว สิริรวมสำหรับทริปนี้ก็ 12 คันถ้วนครับผม

จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ อ.สังขละบุรี ระยะทางจากตัวเมืองประมาณสองร้อย กิโลเมตร ขับไปเรื่อย ๆ ครับ เนื่องจากยังเช้าอยู่มาก ขับไปก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ อากาศเย็นเล็กน้อยกำลังดี สายหมอกจาง ๆ ปกคลุมสองข้างทาง พระเริ่มออกเดินบิณฑบาต ชาวบ้านเริ่มต้นภารกิจ ในวันใหม่อย่างไม่เร่งรีบ หากเป็นวันปกติที่ต้องทำงานในเมืองกรุง คงเป็นเวลาที่รีบเร่ง รถคงเริ่มติด คนคงเริ่มเครียด แต่วันนี้ได้มาเจอ ภาพแบบนี้ ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีพลังขึ้นอีกเยอะเลยครับ

 
  หลังจากแวะตุนเสบียงจากตลาดสดใน อ.ทองผาภูมิแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรกหน่วยพิทักษ์ป่าสะเนพ่อง(ห้วย 1) ที่นั่นนายกลิ้ง ยืนกลมยิ้ม เอ๊ย..อมยิ้มรอพวกเราอยู่แล้ว และเนื่องจากทางหน่วยฯ มีข้อจำกัดที่ให้รถยนต์ผ่านเข้าไปเพียง 10 คันต่อวันเท่านั้น เราจึงต้อง สละรถ 2 คัน และนั่งรวมกันไป จริง ๆ แล้วผมก็อยากจะเสียสละรถผม ให้จอดทิ้งไว้เหมือนกันครับ แต่ก็เห็นว่าพี่คิดถึง และคุณทราย ยอมสละจอดไว้แล้ว ผมก็เลยต้องเอารถตัวเองเข้าไปด้วยครับ... โดยพี่ทราย กับพี่คิดถึงต้องแยกกัน พี่ทรายไปกับคุณนิยมได้ข่าวว่าช่วยเลี้ยง น้องข้าวสาร ด้วย พี่คิดถึงไปกับคุณแมว ส่วนคุณแพรก็จับคู่สวีทกับนายต้อ 555

ล้อหมุนออกจากห้วย 1 เวลา 10.10 น. (ตามเวลาของแม่บ้านผม) ฟังจากหัวหน้าทริปแล้วเนี่ย (เขาว่า)ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว ผมก็คิดเอาเองว่า พอเวลาอาหารกลางวัน คงจะได้ไปนั่งล้อมวงกินกัน ที่เกาะสะเดิ่งแน่นอน

ปรับตำแหน่งเกียร์ที่ 4L ขับตามขบวนกันไปเรื่อย ๆ เริ่มต้นทางเป็นดิน และมีหินบ้างเล็กน้อย ผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ลำห้วยตื้น ๆ ผ่านสบาย ๆ น้ำใส ๆ บรรยากาศดีมีเด็กออกมายืนโบกมือต้อนรับ แม่บ้านผมก็เริ่มทำตัวเป็น คุณนายรักเด็ก แจกขนมนมเนยที่เตรียมมาให้เด็ก ๆ ขับไปประมาณพักใหญ่ ๆ ทางเริ่มโหดขึ้นเล็กน้อย(สำหรับผม) เป็นทางขึ้นสลับกับลงเนิน เริ่มมีห้วยลึก ๆ เจออุปสรรคเป็นก้อนหินใหญ่บ้าง รากไม้ใหญ่บ้าง อีกทั้งกิ่งไม้สองข้างทาง ที่อวดกิ่งก้านยื่นกันออกมาต้อนรับคณะของเรา พร้อมเสียงกรีดอันโหยหวน บาดลึกเข้าไปและประทับรอยเป็นทางยาว ๆ ไว้เป็นที่ระลึกทั้งสองข้างของรถ

เรามาถึงหมู่บ้านตอนประมาณเที่ยงกว่า ๆ ก็จัดแจงนำของฝากเล็ก ๆ น้อย พวกเสื้อผ้า อาหาร นม ขนม มอบให้กับเด็ก ๆ และชาวบ้าน ใบหน้าเปื้อนของเด็ก ๆ ทำให้ลืมอุปสรรคต่าง ๆ ที่เจอไปหมดผมว่านี่แหละครับคือเสน่ห์ ของการเที่ยวแบบนี้

 
  เราใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านไม่นานนัก ก็ต้องมุ่งหน้าไปกันต่อ คราวนี้เจออุปสรรค หนักขึ้นอีกนิด เพราะต้องข้ามห้วยระยะทางประมาณ 100 เมตร และต้องขับทวนน้ำขึ้นไปเล็กน้อย คุณแมวติดอยู่กลางน้ำ เพราะเจอหินก้อนใหญ่ แต่ซักพักก็ผ่านไปได้ คันผมก็ติดอยู่ที่เดียวกัน แหม.. เพิ่งรู้ว่าน้ำในห้วยนี่ มันเย็นไม่ใช่เล่น ตอนที่เท้าเริ่มรู้สึกถึงความเย็น.. ครับ..น้ำเข้ารถครับผม คุณแมวก็เช่นกัน ผ่านห้วยนี้ไปได้ก็ต้องเจอกับเนินมหาโหด ต้องใช้วินช์ ช่วยกันเกือบทุกคันครับ มาถึงตอนนี้บรรดาแม่บ้านทั้งหลาย เริ่มจะถอดใจ บ้างก็ชวนกันกลับ บ้างก็เริ่มเครียด แต่ก็ยังสู้ครับ พ้นจากเนินมหาโหดนี้ ก็มีติดอีกพักใหญ่ เนื่องจากต้องลงห้วยอีกครั้ง แถมเจอหินก้อนโต จึงต้องขจัดอุปสรรคกันอยู่นาน นานจริง ๆ ครับเพราะผมหลับในรถได้หนึ่งตื่น

พ้นจากห้วยนี้เราก็มาถึง หน่วยพิทักษ์ป่าเกาะสะเดิ่ง ที่เวลา 15.00 น. สิริรวมเวลาในการเดินทาง 5 ชั่วโมง ระยะทาง 13 กิโลเมตร(จากห้วย 1) ครับผม

อาหารมื้อแรกที่เกาะสะเดิ่งเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ เนื่องจากหิวโซกันทั่วหน้า โชคดีที่เราได้แม่ครัวฝีมือดีประจำทริปอย่างพี่ทราย และคุณปลา ที่มีอาหารอร่อยและหลากหลายเมนูตลอดสามวัน โดยเฉพาะเมนูผักกูด อร่อยเด็ดจริง ๆ ครับ สมกับสโลแกนของเฮงซวยทัวร์ "พักหรู กินอยู่สบาย ไปกับเฮงซวยทัวร์" คืนแรกเราหลับสบายพร้อมกับอากาศเย็น ๆ ไม่หวั่นเกรง กับเสือหรือสัตว์ป่า เพราะเสียงกรนของเราเจ้าป่ายังกลัว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เช้าวันเสาร์ระหว่างอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ก็มี "เดะดอยใจดี เอาแคเหราะ มาฝาก.." ไม่ใช่ครับ เด็กดอยชาวบ้านแถวนั้นหอบผักกูดมาขาย ยืนเอียงอายอยู่นาน เราก็ส่งล่ามผู้ชำนาญด้านภาษาดอยเป็นอย่างดีคือ "พี่เอก" เข้าไปเจรจา ได้ผักกูดหนึ่งตะกร้าใหญ่ในราคา 20 บาทถ้วน และด้วยความมั่นใจ ในการใช้ภาษาของพี่เอกเป็นอย่างมาก พวกเราจึง ให้พี่เอกบอก"เดะดอยใจดี" คนนี้ให้หาถ่านมาให้หน่อยเผื่อเอาไว้ ย่างเนื้อกิน โดยใจถึงให้เงินไปเลย 40 บาท ด้าน"เดะดอยใจดี" ก็ทำหน้าฉลาดมาก ๆ รับเงินสี่สิบแล้วเดินจากไปในหุบเขา.... ......สามวันผ่านไป เราไม่ได้แม้แต่ ถ่านสักก้อนเดียว และก็ไม่ได้ข่าว "เดะดอยใจดี" คนนั้นอีกเลย...ฮ่า ฮ่า

 
  ระหว่างวันก็ไม่มีกิจกรรมอะไรมากครับ หัวหน้าทัวร์เค้าปล่อยตามอัธยาศัย บ้างก็หามุมสงบอ่านหนังสือ บ้างก็เลี้ยงลูก บ้างก็ลงไปเล่นน้ำ แต่สำหรับกลุ่ม VFC Bike Team ก็พาเสือไปปั่นกันถึงในหมู่บ้าน ขาไปสภาพก็ปกติกันดี แต่ขากลับไหงถึงเปียกโชกไปตาม ๆ กันไม่ทราบ จากคำบอกเล่าคือ ไม่สามารถปั่นข้ามห้วยไปได้เพราะหินก้อนใหญ่มาก มิหนำซ้ำ ยังเจอเพื่อนช้างตัวเบ้อเร่ออีก ใครอยากรู้ต้องถามคุณหนุ่ยกับคุณปลาดูนะครับ เพราะสนุกมากจนต้องไปกันอีกรอบเลย

พอตกเย็นครัวก็เริ่มเปิดทำการ กลิ่นอาหารโชยมาเป็นระยะ เสียงเด็ก ๆ VFC Junior วิ่งเล่นกันสนุกสนาน ตามด้วยเสียงเอ็ดของพ่อ ๆ แม่ ๆ และป้า ๆ ปนด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนาน ฝ่ายหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ วิศวกะ สถาปนึก ต่างก็รวมตัวกันอยู่ที่รถของคุณเอก เหตุเพราะคันบังคับคลัชต์เกิดการหัก จนต้องโมดิฟายด์ให้ขับกลับออกไปได้ ท่ามกลางความโล่งใจ นึกว่าต้องลากกันลงไปซะแล้วสิ...

เช้าวันอาทิตย์ หลังจากเรียบร้อยกับอาหารเช้าแล้ว ก็จัดการเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับ ถ่ายรูปหมู่กับป้ายที่ทำการเป็นที่ระลึก ร่ำลาเจ้าหน้าที่ป่าไม้เรียบร้อยก็ตั้งขบวนเพื่อบ่ายหน้ากลับ ขากลับใช้เวลาไม่มากนัก เพราะแต่ละคันจำก้อนหินได้ทุกก้อน กิ่งไม้ทุกกิ่ง รถเดิม ๆ อย่างผมก็มีติดบ้างเล็กน้อย พอให้หัวหน้าทริปได้ออกแรงลุ้นบ้าง จะได้ไม่ง่วงนอน อากาศยังดีเหมือนเดิมครับ แสงแดดอ่อน ๆ มีฝูงน้องควาย ออกมาแช่น้ำในห้วยเพื่อส่งคณะของเรากลับด้วย หลังจากแวะพัก และมอบของให้เจ้าหน้าที่ที่ห้วย 1 แล้ว ก็แวะเติมพลังให้รถและคน ถ่ายรูปรถหมู่เป็นธรรมเนียมอีกครั้งก็ถึงเวลาร่ำลา ล้อหมุนแยกย้ายกลับบ้านกันที่เวลาหกโมงเย็น

ทริปนี้ นอกจากได้ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะตลอดเวลาของชาวคณะแล้ว ยังได้ดื่มด่ำธรรมชาติและอิ่มบุญไปด้วย...ประทับใจจริง ๆ ครับ...

 
 
V332 อุ๋ย
  หมายเหตุ...สำหรับท่านที่พลาดโอกาสในการเดินทางไปพร้อมกับเฮงซวยทัวร์โครงการที่ผ่านมา โปรดติดตามโครงการดี ๆ ที่หัวหน้าทัวร์จะนำมาเสนอเร็ว ๆ นี้ รับประกันความสนุก สมกับสโลแกน "พักหรู กินอยู่สบาย ไปกับเฮงซวยทัวร์"...




:: ประมวลภาพจากทริป ::
ภาพจะเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ