ทริปน้ำตกคลีตี้ล่าง
โดย ตุ้ย (V043)
 

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว VFC ทุกท่าน ผม ตุ้ยV043 อยากจะเล่าประสบการณ์ ที่ได้ไปเที่ยวน้ำตกคลีตี้ล่างมาครับ เป็นทริปที่โหดมาก… ขอบอก…
เชิญเพื่อนอ่านสำนวนการเล่าเรื่องได้ ณ. บัดเดี๋ยวนี้…..

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
เรื่อง
  ตะลุยน้ำตกคลีตี้ล่าง
สถานที่ประกอบวีรกรรม
  น้ำตกคลีตี้ล่าง จังหวัดกาญจนบุรี
ผู้ร่วมชะตากรรม
 

1. คุณเล็ก และ คุณกระเป๋า (เนฯส่วนตัว) กับเจ้ากิ้งก่า ใส่รองเท่า BF M/T
    ขนาด 32 นิ้ว ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม เลยท่านผู้ชมพร้อมเครื่องช่วยชีวิตครบครัน

2. น้องมาวิน และ น้องหนิง (เพื่อนจริงๆ..ยืนยัน) พวกเรามักจะเรียกเธอว่าหมวย กับ
    VITARA 3D คันเก่ง กับรองเท้า Michelin A/T ขนาด 30 นิ้ว เตี้ยที่สุด

3. น้องวุธ กับ น้องบอม (เพื่อนของคุณเล็ก) กับ เจ้าแมงหวี่ CARIBIEN
    กับรองเท้า BF M/T ขนาด 30 นิ้ว สูงเป็นอันดับสองในขบวน

4. ผมเอง ตุ้ย และ คุณนุก (เนฯคู่ใจ) กับเจ้าตะกร้า ที่มาในมาดใหม่ปรับปรุงพิเศษ
    เพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ กับรองเท้า ก.ไก่ (เทียบแล้วเล็กสุด 29 นิ้ว) กับความสูงรองสุดท้าย

วัน-เวลาที่ประกอบวีรกรรม
  เริ่มตอน 22.00 ของ วันที่ 31 พฤษภาคม จนจบทริปเวลา 03.30
ของเช้าวันที่ 4 มิถุนายน 2545
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

หลังจากที่ได้นัดหมายกับทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะไปพบกันที่ปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ตรงทางร่วมไปนครปฐมเวลา ไม่เกิน 22.00 น.วันนั้นรีบออกจากที่ทำงานบึ่งกลับบ้าน
เพื่อเก็บและเตรียมข้าวของที่จำเป็นให้เรียบร้อยกินข้าวรองท้องไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้ง่วงมาก เสร็จการ ไปที่บ้านคุณเล็กเพื่อออกเดินทางพร้อมกัน….คุณเล็กยังไม่กลับ..
ไปซื้อของอยู่…ไม่เป็นไร ไปคอยอยู่ที่บ้านพี่ชาย…หนึ่งลืม…คุณเล็กมาเบิ้ลเครื่องเจ้ากิ้งก่าอยู่หน้าบ้านแล้วก็เข้าบ้านไป เราก็ขับตะกร้าตามไปเพราะต้องไปเปลี่ยนรองเท้า
ข้างหลัง-ซ้ายอีก 1 เส้น เสร็จแล้วก็ช่วยคุณเล็กเอาของขึ้นรถผูกมัดให้แน่น มิฉะนั้นอาจไม่มีของกินได้ ล้อของรถ 2 คันเริ่มหมุนอีกทีตอนเกือบ 5 ทุ่ม…..กึ๋ยยยย นัดน้องๆไว
้ไม่เกิน 4 ทุ่ม…ฮ่า..ฮ่า…กดกันสุดขีด ถึงที่นัดหมายตอนเกือบๆเที่ยงคืน เติมน้ำมัน รับวิทยุสื่อสาร แล้วรีบออกเดินทางต่อเลย เป้าหมายในเบื้องต้น ปากทางเข้าสู่ ทุ่งใหญ่นเรศวร
จังหวัดกาญจนบุรี

            

ขับไปคุยผ่านวิทยุสื่อสารกันไปด้วยความเร็วเฉลี่ย 100 กม.ต่อ ชม. ส่วนเนฯของแต่ละคนไม่ต้องห่วงครับ..หลับไปนานแล้ว ผ่านเมืองแยกออกสู่ทองผาภูมิ เพื่อไปเส้นทางสู่
เขื่อนศรีนครินทร์ เลี้ยวอีกทีเข้าสู่ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อันลือชื่อ สภาพเส้นทาง เป็นลูกรัง พร้อมหลุมและบ่อเป็นของแถมเต็มไปหมด แต่พวกเราก็รูดกันสนั่น ไม่มียั้งเลย ยังกะแข่ง
ครอสคันทรีแรลรี่ เลยครับ นำโดยเจ้ากิ้งก่าตีนโตที่ผ่านหลุมไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ก็ไม่มีสั่นเลย แต่พอพวกเราวิ่งไปถึงต้องเบรคกันตูดโด่งก็หลายทีเพราะถ้าลงไปหรือรูดผ่านไป มีหวังได้ไปเปลี่ยนช่วงล่างก่อนเพื่อนแน่นอน แต่เหนือสิ่งอื่นใด…ที่ยังคงนิ่งสนิทก็คือเหล่าเนฯของพวกเรานั้นเองที่ยังคงแสดงความสามารถอย่างเหนือชั้นในการนอนหลับได้
โดยไม่มีขยับ(ถึงมีแต่ก็เล็กน้อยเท่านั้น) เธอแน่ มมมาาาากกก….ขอคารวะ…

            

หลังจากผ่านหลุม บ่อ ฝน โค้ง เขา มาจนกระทั่งสว่างคาตา เวลา 06.00 ของวันเสาร์พวกเราก็มาถึงริมทะเลสาบเหนือเขื่อนฯ จนได้…ขอบฟ้าเป็นสีเทาอ่อน มีแสงอาทิตย์พุ่งแทรก
มาเป็นทาง เพราะเมฆฝนตั้งเค้าอยู่ข้างหน้า แต่ก็สวยไปอีกแบบ…. พวกเราก็เริ่มทำภาระกิจส่วนตัวกัน แต่พอหันกลับมาดูอีกที น้องมาวินกับเนฯ หนิง หลับคอพับไปแล้ว
บรรดาเนฯที่เหลือก็ช่วยกันเตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายๆ คือทอดไข่ดาวแล้วเอาขนมปังประกบเป็น แซนวิสไข่ดาว ทานกัน…. เวลาประมาณ 08.30 หลังจากทานอาหารเสร็จกัน
ทุกคน ก็ออกเดินทางต่อเลย มุ่งตรงสู่ ทุ่งใหญ่นเรศวร ทันที สภาพเส้นทางก็ยังคงเหมือนเดิม คือ ลูกรัง หินกรวด โค้ง หลุมและบ่อ ฝน จนกระทั่งคุณเล็กชลอรถแล้วหยุดลง พร้อมกับบอกให้ทุกคนเปลื่ยนระบบการขับเคลื่อนเป็น 4 ล้อเพื่อขึ้นทางชัน…

            


เจ้ากิ้งก่าเริ่มปีนขึ้นเขา….โยกเยกๆ….แล้วก็ลับโค้งไป ตามด้วยน้องมาวิน ผม และน้องวุธ วิ่งไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ก็มีเสียงดัง แกร๊กๆ ที่บริเวณห้องเครื่องของเจ้าตะกร้า
จนผมต้องหยุดแล้ววิทยุถามคุณเล็กถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ได้รับคำแนะนำให้ปลด 4 ล้อออกแล้วถอยหลัง แล้วค่อยเข้าชุดขับ 4 ล้อใหม่…ลองดู แต่ก็ไม่เป็นผล ยังคงดังเหมือนเดิม
เลยตัดสินใจที่จะวิ่งด้วยการขับเพียง 2 ล้อเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกคุณเล็กเพราะไม่อยากให้มีกังวล จากนั้นเจ้าตะกร้าก็เลยซ่าไม่ออกเพราะต้องขับช้าๆเดี๋ยวลื่นตกถนนเนื่องจาก
เจ้ารองเท้า ก.ไก่ไม่ค่อยพิศวาสกับน้ำและหินกรวดซักเท่าไหร่ ช้าขนาดไหน…ขนาดที่ต้องยอมให้รถ SR5 เก่าๆของชาวบ้านที่ทำเป็นรถขนน้ำแข็งกับของไปขายตามหมู่บ้าน
แซงไปหนะครับ…. .เจ็บปวดมากกกกก…..โดนคุณเล็กแซวอีก….โอย..ไปกันใหญ่…

            

จนเวลาล่วงมาถึงประมาณ 10 โมงเช้า เราก็มาถึงหน้าด่านตรวจเข้าทุ่งใหญ่นเรศวร….ฮ้า…มาถึงจนได้………คุณเล็กเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่อยู่พักใหญ่ ก็เดินหน้ามุ่ยกลับมา
พร้อมกับข่าวร้ายว่า…วันนี้ทางกรมป่าไม้ได้มีหนังสือให้ปิดทางเข้าและห้ามผู้ใดเข้าไปเที่ยวในบริเวณทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นเวลา 4 เดือน เริ่มจากวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป…
รับทราบ…อ้าาาาวววว…เฮ้ย…..วันที่ 1 มันก้อวันนี้ซิวะ….งั้นตูข้ากับผองเพื่อนก๊อะ อดเข้าหนะซิ….ป่อยย์ย์ย์….ทำไงหละทีนี้….ประชุม…เมื่อไม่ได้ทางสว่าง งั้นลองทางมืดดู…
ว่าแล้วน้องมาวินก็ลองไปติดต่อดูบ้างโดยไปคุยกับรองหัวหน้าด่าน….เดินคุยกันไปร่วมครึ่งกิโล…ก็เดินกลับมาพร้อมกับคำตอบเดิมเป็นคำตอบสุดท้าย..ไม่อนุญาต ….ใจร้ายจริงๆ..
ทำกันได้ลงคอ..อุตส่าห์ขับรถมาทั้งคืนยังไม่ยอมใจอ่อนอีก….แง่ๆๆๆๆ…จาฟ้อง…ม๋ามี้….

            

พวกเราเลยประชุมกันอีกรอบว่าจะทำอย่างไรดี และจะไปที่ไหน เพราะว่ากลับไม่ได้ (แบบว่าจะเสียฟอร์มเป็นอันมากส์) เลยตกลงกันว่าจะเข้าไปยังน้ำตกคลีตี้ล่างที่เพิ่งจะขับรถ
ผ่านทางเข้ามา เมื่อเป็นเช่นนั้น ทุกคนก็กลับหลังหันมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายใหม่ ณ.บัดเดี๋ยวนี้…โดยที่มีคนที่ดีใจมากเพราะว่าได้เคยลองพยายามมาแล้วถึง 2 ครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จ
เมื่อเป็นดังนี้จึงหมายมั่นปั้นมือว่า เพลานี้จะต้องไม่พลาดอีกเป็นครา 3 เป็นพังอย่างไรจะต้องเข้าให้ถึงให้ได้ (จริงเท็จอย่างไร ลองเลียบเคียงถามน้องมาวินดูนะว่าเข้าได้แล้วดีใจ
ขะ-ไหน-หนาด) ระหว่างทางไปน้ำตก คุณเล็กได้มาถามอาการเจ้าตะกร้า แล้วสรุปว่า ฮับล๊อคข้างขวาไม่เข้าที่ ทำให้ไม่สามารถขับ 4 ล้อได้ โดยที่ล้อหน้าขวาไม่หมุน จึงให้วิ่ง
2 ล้อไปก่อน เมื่อถึงปั๊มน้ำมัน+ตลาด+ร้านชำ จะได้ซ่อมให้…

            

เมื่อมาถึงร้าน เอ้ย..ปั๊ม เอ้ย.. ตลาด…วุ้ย…จะเรียกอะไรดีง่ะ…ก็เติมน้ำมันกันเป็นปั๊มจริงๆด้วยเพราะต้องปั่นเอาน้ำมันขึ้นมาเติมให้พวกเราครั้งละ 5 ลิตร ในราคาที่สูงกว่าปรกติ
(ไม่รู้ว่าถ้าท่านมนูญมาด้วยจะเติมหรือเปล่าเพราะน้ำมันมันแพงกว่าแถวบ้าน..ฮ่า…ฮ่า…) น้องมาวินเติมไป 25 ลิตร เต็มถัง ตามด้วยน้องวุธอีก 25 ลิตรก็เต็มถังอีก สุดท้ายเหลือ
ให้ตะกร้าผู้บาดเจ็บได้แค่ 20 ลิตร+ตะกอน (ต้องเอาผ้ามากรองก่อนด้วยนะ) เพราะก้นถังจริงๆ เติมน้ำมันเสร็จ คุณเล็กก็เรียกตะกร้ามาผ่าตัดทันที พวกลูกหาบอย่างเราๆ
ก็รีบเอาแม่แรงมายกรถ ถอดล้อหน้าขวา ออกแล้วมาดูคุณเล็กชำแหละฮับเป็นการเพิ่มพูนรอยหยักในสมองเรื่องรถอีกทางหนึ่ง คุณเล็กถอดไปพร้อมกับอธิบายถึงการทำงานของ
มันไปด้วย พักใหญ่ก๊เรียบร้อยโรงเรียนเล็ก…เอ้า…เอารถไปลองวิ่งขับ 4 ล้อดู…เอี๊ยด…พรืด…ฟุ๊บ…ไร้ซึ่งซุ่มเสียงแปลกประหลาดที่มีมาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง… .แฟ้มบุคคลขอปรบมือ
ให้พร้อมกับขอคารวะด้วยอีกหนึ่งคำนับใหญ่ๆ เดินทางต่อทันที…

            

จนกระทั่งมาถึงปากทางเข้า น้ำตกคลีตี้ล่าง บอกระยะทางว่า 7 กม. เท่านั้นเอง…ฮิ..ฮิ..หมูตู้…คิดไว้ในใจว่าอย่างมากน่าจะเข้าถึงปลายทางได้ไม่น่าจะเกินเที่ยงคืน !!!!!! แน่นอน…
พวกเราเลี้ยวรถเข้าไปตามทางทันที ซักพักเดียว ก็เจอด่านทดสอบแรกทันที….มีต้นไทรใหญ่ล้มขวางทางอยู่ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่กิ่งเล็กๆแน่…แต่มันทั้งต้นเกือบเท่าเจ้ากิ้งก่า
เลยทีเดียว( นี่ไม่ได้โม้นะ ) ต้องเบี่ยงออกทางซ้ายตามทางที่มีการเปิดไลน์ไว้แล้วจากคณะก่อนๆหน้านี้แต่ยังสดๆอยู่เลย เจ้ากิ้งก่าเลี้ยวปราดเข้าไปตามทางที่เป็นเลนดำๆและเป็น
ร่องด้วย ส่ายก้นไปมาน่าดูยิ่งนัก พวกเราดูแล้วก็นึกในใจ "ทำไมมันง่ายจังวะ" เอ้า..ต่อไป เจ้าแมงหวี่กับรองเท้า BF M/T ขนาด 30 นิ้ว พรืด..ตูดก็ส่ายอีกพร้อมกับสไลด์ เล็กๆ
ผ่านแบบ ไม่มีปัญหา ต่อไปน้องมาวิน กับรองเท้า ธรรมดา ขนาด 30 นิ้ว พร้อมความสูงมากกว่ารถซิ่งหน่อยเดียว (ซิ่งในป่านะ) รถไถไปไถมาพร้อมกับเสียงเร่งรอบเพื่อปั่นล้อ
ให้รถวิ่งดังสนั่น…ออกไปได้แบบเริ่มเป็นกังวลหน่อยๆแล้วเพราะความลื่นของผิวทางที่เต็มไปด้วยโคลน ต่อไปเจ้าตะกร้า กับรองเท้า ก.ไก่ (ที่ช่วงแรกออกอาการไม่ค่อยดี
มีลื่นบ้างบางโค้ง) เลี้ยวขวับเข้าไปเลย แว๊กกกก..เกือบไปไถเอาต้นไม้ปากทางซะแล้วเพราะความลื่น แต่แล้วเจ้าก.ไก่ก็แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาโดยการกัดพื้น ที่เป็นเลนโคลนอย่างมั่นคงและตะกุยดินได้อย่างสบายโดยที่ไม่ต้องเร่งเครื่องเพื่อปั่นล้อแต่อย่างใด จนคุณเล็กบอกว่าผ่านขึ้นมาแบบนิ่มๆเลย จากด่านนี้เรียกความมั่นใจกลับมาสู่
ตะกร้าได้อีกอักโข จากนั้นทางที่ดำเนินต่อไปก็เป็นเรื่องของร่องโคลนและเลนลื่นๆขนาดที่เราเองยืนยังต้องตั้งหลักให้ดี ถ้าเผลออาจหล่นและเสียฟอร์มได้ทุกเมื่อ

            

ร่องที่สอง น้องวุธผ่านไปได้สบายแต่ทว่าน้องมาวินติดอยู่ที่โค้งลึก เมื่อมาดูพบว่าท้องติดและล้อแขวน งานนี้ต้องเรียกผู้ช่วยเหลือ โดยลองให้ตะกร้าลากถอยหลังออกมาแล้วลอง
ใส่เข้าไปใหม่แรงกว่าเดิม… ไม่สำเร็จ…ต้องเรียกเจ้าแมงหวี่กลับมาเพื่อลากออกจากหลุม เริ่มแล้วครับความยากลำบากเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น สำหรับเจ้าตะกร้าก็ต้องดิ้นกัน
สายตัวเกือบขาดกว่าจะเอาตัวเองออกมาจากโค้งนั้นได้โดยไม่ต้องมีลาก จากร่องแรกมาถึงร่องสอง และต่อๆมาอีก รถของน้องมาวินจะมีปัญหากับความสูงของท้องมากที่สุด
ต้องลากกันบ่อยๆ จน เราต้องสลับเอาน้องมาวินไปขับต่อจากเจ้ากิ้งก่า เพื่อจะได้ช่วยเหลือสะดวก ตามด้วยเจ้าแมงหวี่และตะกร้าตามลำดับ ผ่านกันมาเรื่อยๆอย่างทุลักทุเล
ผ่านบ้างติดบ้างแถมมีฝนตกลงมาอีกทำให้ลื่นและลึกมากขึ้นอีก เหลือบดูนาฬิกา บ่ายโมงเข้าไปแล้วเข้ามาจากปากทางได้แค่ ไม่กี่ร้อยเมตรเอง…เอื๊อก…

            

.เมื่อถึงหลุมใหญ่คุณเล็กก็ถึงคราต้องวินซ์ช่วยตัวเองขึ้นบ้างเพราะรถตกหลุมที่ความลึกมิดล้อ 32 นิ้วเลยทีเดียว พวกเราเลยต้องเปลี่ยนออกไลน์ทางซ้ายมือเพื่อหลบหลุม
จนมาพบกับร่องลงเขายาวมาก และที่ปลายสุดของร่องด้านล่างมีปลักโคลนขนาดใหญ่รอรับพวกเราอยู่อย่างสง่า…เลยไปอีกนิดมีกลุ่มรถ 4-5 คันกำลังติดอยู่ตรงนั้นพวกเราก็
เปลี่ยนไลน์ มาทางซ้ายมือ(ที่ถูกเปิดขึ้นมาใหม่) ที่เป็นทางเรียบหน่อยแต่ลื่นมากเพื่อหลบให้กลุ่มที่อยู่ข้างล่างที่แจ้งเราว่ากำลังจะกลับได้สวนขึ้นมาทางร่องเก่า เราพักคอยกลุ่ม
ข้างล่างนานมากกว่าชั่วโมงยืนดูเขาแก้ไขปัญหากันนุงนัง ไม่เสร็จซักที จนกระทั่งมีเจ้าแมงหวี่สีขาวปั่นมาด้วยความแรงขึ้นมาตามร่องแล้วก็มาติดอยู่ตรงหน้าพวกเราที่ยืนลุ้น
ช่วยอยู่ เขาก็ถอยกลับไปมาอยู่ 2-3 รอบก็ไม่ผ่าน ด้วยความหวังดีของพวกเรา น้องวุธก็ได้บอกเพื่อนเขาว่าเราจะช่วยขย่มรถให้ล้อติดพื้นให้จะได้ไปได้ เอาไหม? คำตอบคือ
ไม่เป็นไรครับ แล้วก็ปั่นต่อไป แต่ในที่สุดก็ไม่รอด ต้องวินซ์ ออกไป ซักพักก็มีรถ นิสสัน เทอราโน่ ลากเอา เจ้าเวก้าขึ้นมาอีก แต่ก็มาติดตรงที่เดิมไปไม่ได้ต้องรอกันเพื่อจะวินซ์
ออกไปอีก และแล้วเรื่องความไม่เข้าใจระหว่างเรากับกลุ่มที่สวนขึ้นมาก็เกิดขึ้น!!!!! เพราะได้มีการใช้คำพูด ที่ไม่ค่อยจะน่าฟังและน่าอภิรมย์ซักเท่าไหร่ (ผมจะไม่ขอกล่าวถึง
แต่คุณเล็กบอกว่า เนื่องจากเป็นอารมณ์ของผู้พูดของทางกลุ่มนั้นที่กำลังมีปัญหาและแก้ไขไม่ได้ และอีกอย่างที่ผมไม่ขอกล่าวถึงก็คือผมไม่ได้ยินจากหูของผมเองด้วย) มาพูดกับ
คุณเล็กของเรา แต่เราก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป ก็ทำตามที่เขาขอมาทุกอย่าง โดยเลื่อนรถทุกคันหลบออกจากไลน์ซ้ายมือทั้งหมดเพื่อให้เขาขึ้นมาทางนี้แทนการขึ้นมาตามร่องเดิม

            

พอดีมีกลุ่มอีกกลุ่มเดินทางมาถึงพอดี ซึ่งรู้จักกับคุณเล็กและมีรถที่พร้อมมาก 3 คันจะเข้าไปน้ำตก เลยต้องคอยพวกกลุ่มที่ติดอยู่ข้างล่างอีก นานจนพวกเราคิดว่านานแล้วและไปก็
ไม่ได้จึงทำการต้มมาม่าทานกันบริเวณท้ายรถคุณเล็กนั่นเอง ขณะนั้นเป็นเวลา บ่าย 4 โมงกว่าแล้ว และพวกเรายังไม่มีใครได้ทานอะไรเลยนับตั้งแต่ตอนรุ่งเช้า ขณะที่เรากำลัง
ทานอยู่นั้น ก็มีทีมงานของพวกกลุ่มข้างล่างได้เดินเข้ามาหาคุณเล็ก และบอกให้ไปช่วยเพื่อนเขาที่ยังติดขวางทางอยู่อีก 1 คัน เพราะรถของเพื่อนเขาที่เพิ่งจะวิ่งขึ้นมาตรงทางนั้น
จะไม่หันหลังกลับไปช่วยวินซ์เพื่อนตัวเองขึ้นมาแล้ว….คุณเล็กกำลังทานมาม่าอยู่…เส้นมาม่ายังคาปากอยู่เล้ย…ฮ่า…อุ๊บส์……ขอโทษครับยังซีเรียสกันอยู่นี่นา คุณเล็กก็ตอบไปว่า
"ตอนนี้พวกผมกำลังทานข้าวอยู่ครับขอทานข้าวก่อนครับ" เพียงเท่านั้นชายคนนั้นก็เดินจากไปเลย แล้วกลุ่มมาใหม่ที่คุณเล็กรู้จักก็เอารถยักษ์((เพราะใหญ่จริงๆ) ลงไปกู้ชีวิตเจ้า
คันที่อยู่ข้างล่างจนขึ้นมาได้ ซึ่งพวกเราก็คอยปรบมือเอาใจช่วยอยู่กันทุกคน เมื่อเรียบร้อยกลุ่ม 3 ยักษ์ ก็ขับรถสวนลงไปทันที 1 ผ่าน 2 ผ่าน 3 …..ปัง…..!!!!!! พวกเราตกใจว่าเกิด
อะไรขึ้นอีก เห็นเจ้ายักษ์คันที่ 3 ที่เพิ่งจะตะลุยจนน้ำโคลนกระจายเมื่อสักครู่นี้กระจายแทน ปรากฏว่า ล้อแม๊กแตก และ คันชักคันส่งหัก ไม่สามารถจะเดินทางต่อไปได้ต้องทิ้งรถไว้
แล้วเอาของไปซ่อมแล้วเอามาใส่วันรุ่งขึ้น….จบเรื่องซีเรียส….

            

กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อ…เบื่อหรือยังครับ….นี่เล่าอย่างคร่าวๆแล้วนะเนี่ยะ…ต่อละกัน…เวลา 6 โมงเย็นแล้วพวกเราก็กระโดดขึ้นรถต่อทันทีที่ทางสะดวก ไหลลงไปทีละคัน
คุณเล็กติดอีกแล้วต้องวินซ์ขึ้นมาแล้วก็วิ่งข้ามปลักโคลนไปยังอีกฝังได้ ต่อมาน้องมาวินก็เข้ามาและติดที่เดียวกัน แต่พวกเราต้องลงมาช่วยกันเข็น ดัน จนพ้นอุปสรรคขึ้นมาได้
รอเข้าไลน์ แล้วกดคันเร่งทะยานแหวกน้ำโคลนไปตามไลน์ซ้ายที่พวกเราดูแล้วว่าน่าจะเวิร์คกว่าไลน์ขวาที่ค่อนข้างลึก แต่ขนาดตื้นๆ ก็มองไม่เห็นล้อของพวกเราเลยครับ
น้องมาวินใส่เข้าไปแบบไม่ยั้ง จนพวกที่กู้รถอยู่ต้องหยุดและหันมามองเจ้าตัวเล็กของเรากันทุกคนด้วยความทึ่ง !!!! วินาทีนั้น มีแต่ความภาคภูมิใจที่รถของพวกเราที่สุดแสน
จะธรรมดาในสายตาของพวกเขา ที่เคยมองและพูดแบบปรามาสว่าจะเข้าไปได้หรือ พวกเขาพร้อมกว่ามาาาากกก ยังต้องยอมแพ้เล้ย…. สามารถผ่านปลักนั้นไปได้แบบไม่มีปัญหา
(พูดแล้วยังรู้สึกถึงหัวใจที่พองโตด้วยความภูมิใจในสมรถนะของรถของพวกเราอยู่เลยครับ…ฉะนั้น จงภูมิใจในความเป็น VITARA ของพวกเราเถอะครับ ผมและพวกเราบางคน ทำให้ใครหลายๆคนทึ่งในรถและในจิตใจของผู้ขับไปแล้วในทริปนี้)….ซึ้ง..มะ…อย่าร้องไห้นะครับ..ผมเกือบแล้วหละ…ห้ามแซวนะ…. ต่อ…

            

คันต่อมาเจ้าตะกร้า ลงมาก็ติดตรงที่เดียวกันอีกต้องดิ้นรนหลายรอบกว่าจะหลุดขึ้นมาอยู่ในไลน์ได้ แต่ก็ต้องอาศัยแรงผลักดันจากพวกเราทุกคนช่วยกันอีกแหละครับไม่งั้น….
หมดสิทธิ์… เล็งไลน์ให้แม่นแล้วกดคันเร่งไปเลย….ฟื้ม….โคลนกระจายไปตามแรงกระแทก ตะกร้ากระตุกไปมา พร้อมกับแหวกโคลนไปเรื่อยๆจนถึงอีกฝังหนึ่งอย่างใจหมาย
พวกเราทุกคนดีใจ และพวกเขาทั้งหลายก็มองอีกว่ามากันได้อย่างไงวะ…. สุดท้าย น้องวุธ วิ่งลงมาติดที่เดียวกันก่อนแต่หนักกว่า…ตรงที่ความกว้างของฐานล้อแคบกว่า และเป็น
คานแข็งจึงติดมากจนใช้แรงคนไม่ขึ้นต้องให้คุณเล็กต่อสลิงมาลากไป แล้วก็วิ่งโคลนบานพ้นไปอีกฝังแบบสบายๆ ตอนนี้เวลาก็ล่วงมาจนถึง 1 ทุ่มกว่าๆแล้ว พวกเราเพิ่งจะเข้ามา
ได้แค่ 2 กม. ก่าๆ เอง….อ๋อย…และเราต้องเปลี่ยนไปยังไลน์ที่ยากมากๆเพราะทางปรกติมีรถยักษ์เสียขวางทางอยู่ ต้องขึ้นทางขวาที่ชันและลื่นมากกกกก แต่ก็อีกนั่นแหละที่พวกเรา
ช่วยกันจนขึ้นมาได้ทั้งหมด..

            

ไปต่อเลยทางยังคงเหมือนเดิม ที่เต็มไปด้วยน้ำ โคลน ร่องลึก พวกเราต้องช่วยกันตลอดเวลา คุณเล็กก็ต้องคอยลาก คอยวินซ์ช่วยกัน บางครั้งต้องลากเจ้าตัวเล็กด้วยวินซ์หลัง
พร้อมๆกันทีเดียว 3 คัน!!!! (ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนะเนี่ยะ) และลากเป็นระยะทางยาวๆด้วย เหลือบตามองดูนาฬิกาอีกที เที่ยงคืนแล้วครับ คุณเล็กบอกว่าอีกไม่ไกลก็จะถึงแล้ว
พวกเราพักกันเป็นระยะ แต่ไม่สามารถที่จะทำอาหารทานได้เนื่องจากสภาพพื้นที่ไม่อำนวย น้องนุกต้องเอาหมูอบที่คุณน้าทำมาให้เดินป้อนทุกๆคนเพราะมือทุกๆคนเลอะไปด้วย
โคลนครับ ตามมีตามเกิดครับวินาทีนั้น มีอะไรเอามาทานก่อน ขนมปักกิ่งที่น้องมาวินเตรียมไว้สำหรับแจกเด็กๆ ก็ขออนุญาตแกะทานก่อนครับ พอสมควรก็ไปกันต่อเลยครับ
แต่ขณะเดียวกันเราก็ยังได้ยินเสียงของกลุ่มที่กำลังจะกลับปั่นล้อสนั่นป่าอยู่เหมือนกัน แสดงว่ามีปัญหาอีก (และจริงๆก็กลับไม่ได้ในคืนนั้นเพราะรถพังหมด ต้องเดินเท้าไปนอน
ในหมู่บ้าน) พวกเราไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตาเดินหน้าต่อไป ทีละคืบ ทีละศอก ได้มาด้วยความยากลำบาก

            

พอถึงทางลงเขาชัน คุณเล็กลงไปก่อน ไม่มีปัญหาอะไร น้องมาวินก็ไม่มีปัญหาเพราะเป็นทางลงแรงส่งเยอะไม่ติดอะไร ช่วงนี้คุณนุก เนฯของผมเป็นผู้ขับแทนแล้วครับเพราะผม
ต้องคอยเดินไปเดินมาช่วยเข็น ดัน บอกไลน์ เพื่อนๆ ถ้าพวกเราเห็นคุณนุกขับแล้วจะหนาว….ตีน(ขออภัยใช้คำไม่สุภาพ แต่เพื่อให้เห็นภาพที่แท้จริง) โหดจริงๆ กดไม่มียั้ง ตะกร้า
กระเด้งไปกระเด้งมา เกือบๆจะหลุดไลน์ไปก็หลายครั้ง แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วพวกเราหลายคนก็เริ่มเพลีย และง่วงแล้ว โดยเฉพาะคุณเล็กที่เหนื่อยเป็นพิเศษ
ลงเขามาซักพักเสียงน้องวุธวิทยุมาบอกว่าติดอยู่ข้างบน เงยหน้าไปดูเห็นแสงไฟอยู่ข้างบนลิบๆ ….โอยยยยยย…ทำไมไกลอย่างนั้น ผมเลยอาสาขึ้นไปดูเองเพราะคุณเล็กจะได้จัดการ
ไลน์ข้างล่าง ขึ้นไป พบรถน้องวุธหลุดออกนอกไลน์ไปอัดกับต้นไม้ไว้ ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะลงมาเร็วกว่าคนอื่นๆก็เป็นได้ ต้องช่วยกันดันกับน้องบอม-เนฯให้ถอยหลังโดยแก้ปัญหาล้อ
ไม่จับพื้นด้วยวิธีสอดท่อนไม้ไว้ที่ล้อแทนดินที่ลื่นจะได้มีความฝืดบ้างจนสำเร็จกลับเข้าไลน์และลงไปรวมกันข้างล่างอีกครั้งหนึ่ง

            

หมดจากลงเนินยาวก็ขับมาเรื่อยๆจนพบกับป่าไผ่ ที่มีไลน์เลี้ยวขวาที่ลื่นมาก ถ้ามาแรงเกินไปอาจจะพลิกตกลงหลุมใหญ่ข้างทางได้ คุณเล็กเองยังต้องค่อยๆใช้วินซ์ดึงรถทั้งหน้า
และหลัง เนื่องจากรถมีน้ำหนักมาก ถ้าไม่รั้งเอาไว้ก็จะไหลลงข้างทางแน่ๆ เสร็จแล้วคุณเล็กก็ไปตั้งเจ้ากิ้งก่าไว้คอยช่วยพวกเราเลี้ยวทุกๆคันจนหมด พอจะออกเดินทางต่อ เหลือบดู
เวลา ตอนนี้ ตี 4 กว่าๆ จะเข้าตี 5 ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 2 แล้ว….ท่านผู้อ่านครับ 1 วัน 2 คืน ยังไม่ได้นอนเลยครับ…..อ้าว เจ้ากิ้งก่าที่ช่วยเหลือพวกเรามาตลอดก็ออกอาการหมดแรง
คือไฟหมดครับ วินซ์ จนน้ำกลั่นแบตฯแห้งสนิท น้องวุธต้องถอดเอาแบตฯรถตัวเองมาพ่วงไฟสตาร์ทให้จึงเดินทางต่อได้ แต่ว่าสิ่งนี้ได้เป็นสัญญาณเตือนพวกเราทุกๆคนแล้วว่า
ถ้าติดอีกเราลำบากแน่….คุณเล็กมีท่าทางกังวลและ เพลียมากกกก..

            

เมื่อพวกเราเดินทางต่อ จนน้องมาวินที่นำหน้าไป พุ่งลงไปติดอยู่กลางน้ำข้างหน้า พวกเราต้องเปลี่ยนไลน์กันอีก
แล้ว และไปแอบข้างทางเพื่อที่จะให้คุณเล็กขึ้นหน้ามาลากน้องมาวินออกมา (วินซ์ไม่ได้ ไฟไม่พอ) เมื่อทุกคันหลบเข้าข้างทางหมดแล้วผมก็ฉายไฟให้สัญญาณคุณเล็กให้มาได้….
แต่…เงียบ…เจ้ากิ้งก่าไม่ขยับเลย…. เอาหละซิ…เดินเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่า หลับครับ….ทั้งคนขับและคุณกระเป๋า-เนฯ หลับคอพับอยู่ในรถ ต้องเคาะกระจกบอก พอเลี้ยวเปลี่ยนไลน์ ก็เบียดซ้ายกับกอไผ่อีกให้สัญญาณหยุดก็ไม่เห็นจนไฟสปอร์ตไลท์ด้านซ้ายหลุดไปเลย….สงสัย…ไม่ต้องสงสัยเลยว่างานนี้หมดแล้วจริงๆ พอรถเข้าตำแหน่ง ระหว่างคอยการร้อย
สายสลิงอยู่ ก็หลับอีกต้องปลุกว่าเรียบร้อยแล้ว ลากได้ จึงลาก แถมหลุมนี้ลากยากมาาากก…..กิ้งก่าต้องดิ้นและกระตุกกันอย่างหนักกว่าที่น้องมาวินจะหลุดออกมาได้
เมื่อเรียบร้อย ก็ปล่อยให้คุณเล็กล่วงหน้าไปก่อน พวกเราเห็นพ้องกันว่าจะติดอีกไม่ได้แล้วนะ เพราะคุณเล็กเพลียเกินไปแล้วและเจ้ากิ้งก่าก็มีปัญหา ดังนั้นจงใส่ให้สุดๆอย่าให้ติดเป็น
อันขาด แล้วก็ปล่อยให้พวกเราออกเดินทางต่อ น้องมาวิน น้องวุธ และ ตะกร้าภายใต้อุ้งเท้าของคุณนุก ก็กดคันเร่งกันกระหน่ำ ร่องลึก ร่องยาว โค้ง โคลน พวกเราใส่กันไม่ยั้ง
นั่งหัวสั่นหัวคลอน อยู่ในรถ จนกระทั่งถึงยังที่ทำการน้ำตกคลีตี้ล่าง เวลา 07.00 รวมเวลาที่เราใช้ตั้งแต่เริ่มเข้าปากทาง ทั้งสิ้น 18 ชั่วโมงกับระยะทางหฤโหดเพียง 7 กม.เท่านั้น

เราพักกันที่บ้านพักอาบน้ำเป็นครั้งแรกของทริป เหล่าเนฯก็เตรียมอาหารมื้อแรกที่ทำกันอย่างจริงจังและเต็มรูปแบบ หลังจากอาหารเช้าเรียบร้อยเหล่าพลขับก็ต่างหลับไหลกันทั้งสิ้น
ตื่นมาอีกทีตอน 4 โมงเย็น พากันไปเดินดูน้ำตก โดยมีไกด์เจ้าถิ่นพาไป 4 ตัว แต่เหล่าไกด์ทั้ง 4 ตัวเกือบพาเราไปหลงทางดีว่าไหวตัวทัน ถ่ายรูปกับน้ำตกพอสมควรแก่เวลาเพราะ
ว่าจะมืดแล้ว และทุกคนก็ไม่มีใครเตรียมเอาไฟฉายมาเลย กลับมาถึงก็ เตรียมจัดสำรับทานข้าวเย็นกัน แล้วพวกเราก็นั่งสนทนากันอย่างออกรส จนกระทั่งได้เวลาอันสมควรคือก้อ
จะตี 1 แล้วจึงแยกย้ายกันหลับนอน เช้าวันที่ 3 พวกเราตื่นกันสายพอสมควรเพราะว่ายังเพลียติดพันกว่าจะทำกับข้าวเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ 11 โมงเช้า พวกเราผลัดกันอาบน้ำที่
ลำธารหลังที่ทำการ น้ำเย็นสบายตัวมาก แล้วก็ยกข้าวปลาอาหารมาทานกันริมน้ำตกด้วย เพื่อซึมซับเอาบรรยากาศของที่นี่ไปให้มากที่สุดเป็นการเติมพลังก่อนจะเดินทางกลับ

            

เราออกเดินทางกลับประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ ออกมาทางหมู่บ้าน ระยะทางประมาณ 2 กม.เท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่จะง่ายๆซะทีเดียว ก็ยังมีเขาให้ขึ้น-ลงพอให้ตื่นเต้น มีทางลงที่ชันมาก
และลื่นด้วย โชคดีที่ฝนไม่ตก เลยไม่ค่อยมีปัญหาซักเท่าไหร่ แต่พอมาซักระยะ เจ้าแมงหวี่ของน้องวุธ ก็มีปัญหาเรื่องเบรคไม่อยู่จนต้องจอดดูแลกันอีกที่ทางเข้าหมู่บ้าน พวกที่เหลือ
นอกจากจะช่วยคุณเล็กซ่อมรถแล้ว ก็ขับรถเข้าไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของหมู่บ้านเพื่อนำเอาสมุด ดินสอ ปากกา อุปกรณ์กีฬาไปมอบให้ แต่โชคไม่ดีที่ วันนั้นคุณครูไม่ลงมาจึงไม่
มีการเรียน เราจึงไม่ได้พบกับเด็กๆ 18 คน แต่ก็ฝากของทั้งหมดไว้กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์แทน จากนั้นเราก็รีบเดินทางต่อเพื่อที่จะไม่ให้ถึงบ้านดึกเกินไป แต่เนื่องจากเบรคของเพื่อน ร่วมขบวนมีปัญหาทำความเร็วไม่ได้มากกอรปกับฝนตกมาเป็นระยะ จึงต้องช่วยกันประคองลงมา แล้วมาซ่อมอีกทีที่ปั๊ม ปตท. ปากทางเข้าทองผาภูมิ จากนั้นมารัปประทาน
อาหารเย็นที่ร้าน ครัว ออฟโรด แล้วเดินทางกลับก่อนที่จะแยกกันอย่างจริงจังที่นครปฐม โดยน้องมาวินขอตัวกลับก่อน ตามด้วยน้องวุธ ซึ่ง น้องบอมแยกมาขึ้นเจ้าตะกร้าเนื่องจาก
มาทางเดียวกัน ผม กับคุณเล็กตะบึงรถคู่ใจจนถึงบ้าน แวะส่งน้องบอมที่ดอนเมืองแล้วถึงบ้านตอน ตี 3 กว่าๆ เป็นอันสิ้นสุดทริปการเดินทางที่แสนหฤโหดแต่เพียงเท่านี้ครับ.

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอขอบคุณ
  1. คุณเล็ก และ คุณ กระเป๋า
2. คุณมาวิน และ น้องหนิง
3. คุณวุธ และ คุณบอม
4. น้องนุก ภรรยาผมเอง ที่ช่วยให้การเดินทางครั้งนี้จบลงอย่างราบรื่น สนุก ตื่นเต้น
5. คุณฤาษี และพนักงาน บางแค ออโต เซอร์วิส ที่ช่วยกันดูแลและเปลี่ยนโฉมเจ้าตะกร้า
6. คุณมนูญ สำหรับคำแนะนำที่มีคุณประโยชน์หลายๆประการก่อนเดินทางเข้าทริป
7. กำลังใจจากเพื่อนชาว VFC ทุกๆท่านที่คอยเอาใจช่วยครับสวัสดี ตุ้ย V043
   
สวัสดี ตุ้ย V043